สามีภรรยา ต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐา

คำพิพากษาฎีกาที่ 4214/2566

โจทก์เป็นฝ่ายชำระราคาห้องชุดพิพาทมาตลอด ห้องชุดพิพาทซึ่งมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จึงเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ได้มาก่อนสมรสและเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ที่โจทก์มีอำนาจจัดการตาม ป.พ.พ. มาตรา 1473 ส่วนที่โจทก์อ้างว่า โจทก์ตกลงแยกกันอยู่กับจำเลยและย้ายไปอยู่ที่อื่น โดยมอบคีย์การ์ดและกุญแจห้องชุดพิพาทให้แก่จำเลยนั้น จำเลยเบิกความโต้แย้งว่า โจทก์และจำเลยมิได้ตกลงแยกกันอยู่ตามที่โจทก์อ้าง ดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงจะยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์และจำเลยมีข้อตกลงกันอย่างไร แต่การแยกกันอยู่ก็มิได้ทำให้การสมรสสิ้นสุดลง โจทก์และจำเลยยังคงเป็นสามีภริยาที่ต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1461 การที่โจทก์ย้ายออกจากห้องชุดพิพาทไปไม่อยู่ร่วมกับจำเลยที่ห้องชุดพิพาท ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ไม่สามารถที่จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยปกติสุขได้หรือไม่ก็ตาม โจทก์สามารถร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งอนุญาตให้อยู่ต่างหากจากกันได้ ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ศาลจะกำหนดจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูให้ฝ่ายหนึ่งจ่ายให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งตามควรแก่พฤติการณ์ก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1462 จากบทบัญญัติของกฎหมายทั้งสองมาตราดังกล่าวแสดงว่า การแยกกันอยู่ไม่ได้ทำให้หน้าที่ที่ต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูภริยาของโจทก์ซึ่งเป็นสามีหมดสิ้นไป การที่โจทก์ออกจากห้องชุดพิพาทไปโดยมอบคีย์การ์ดและกุญแจห้องชุดไว้ให้แก่จำเลย บ่งชี้ว่าโจทก์ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูจำเลยโดยการจัดห้องชุดพิพาทอันเป็นสินส่วนตัวให้เป็นที่พักอาศัยของจำเลยตามความสามารถและฐานะของโจทก์เหมือนดังที่เคยอยู่ร่วมกันมาแต่ต้น เมื่อโจทก์และจำเลยยังคงเป็นสามีภริยาโดยต่างมิได้มีเจตนาหย่ากันและยังมีโอกาสที่จะกลับมาอยู่ร่วมกันได้ โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายออกจากห้องชุดพิพาทไปเองจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยเพื่อปฏิเสธความรับผิดในหน้าที่ที่ต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูจำเลยได้

2025/10/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเจอคำว่า “คำยินยอมของสามีภรรยา” หลายคนมักนึกถึงเอกสารใบเดียวที่ต้องไปเซ็นให้กัน แต่จากประสบการณ์ที่คนมาปรึกษากันบ่อย ๆ จริง ๆ แล้วต้องเริ่มจากการแยกให้ออกก่อนว่า “กำลังทำธุรกรรมอะไร” และ “ทรัพย์ที่เกี่ยวข้องเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส” เพราะสองจุดนี้มีผลว่าจำเป็นต้องมีคำยินยอมหรือไม่ 1) คำยินยอมของสามีภรรยา พบได้บ่อยในเรื่องไหน - การขาย/จำนอง/ให้เช่าระยะยาว/โอนทรัพย์ที่เป็น “สินสมรส” (โดยหลัก การจัดการสินสมรสบางประเภทต้องทำร่วมกัน) - การทำธุรกรรมกับบ้าน/คอนโดที่อีกฝ่ายอยู่อาศัยอยู่ แม้ผู้ถือกรรมสิทธิ์จะเป็นฝ่ายเดียว ก็ยังเกิดปัญหาข้อเท็จจริงเรื่องการอยู่อาศัยและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสได้ - การไปทำเอกสารที่หน่วยงาน/ธนาคารมักขอ “หนังสือยินยอมคู่สมรส” เพื่อความรัดกุม เช่น กู้ร่วม/ค้ำประกัน/ทำสัญญาบางชนิด 2) แยกกันอยู่แล้ว ยังต้อง “ยินยอม” หรือยังมีหน้าที่ต่อกันไหม หลายคนเข้าใจว่าแยกกันอยู่ = ต่างคนต่างอยู่ จึงไม่ต้องยุ่งกันแล้ว แต่แนวคิดสำคัญที่อยากให้จำคือ “แยกกันอยู่ ไม่ได้ทำให้การสมรสสิ้นสุด” หน้าที่สามีภรรยายังมีอยู่ โดยเฉพาะหน้าที่ต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน (ป.พ.พ. 1461) ในแนวฎีกา 4214/2566 มีประเด็นที่คนมักเจอในชีวิตจริงมาก ๆ คือ สามีออกจากห้องชุดไปอยู่ที่อื่น แต่ให้ภรรยาอยู่ต่อในห้องชุดที่เป็นสินส่วนตัวของสามี ศาลมองได้ว่าการให้ที่อยู่อาศัยนั้นเป็น “การช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู” เมื่อยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ ฝ่ายที่ออกไปเองจึงอาจไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่อีกฝ่ายเพื่อปฏิเสธหน้าที่อุปการะเลี้ยงดู 3) แล้ว “คำยินยอมของสามีภรรยา” เกี่ยวอะไรกับคดีแนวนี้ เกี่ยวในทางปฏิบัติ เพราะหลายคู่พอแยกกันอยู่จะรีบจัดการทรัพย์/ที่อยู่อาศัย เช่น จะขาย จะย้ายชื่อ จะให้เช่า จะยกเลิกสิทธิการอยู่อาศัย ฯลฯ ถ้าไปทำธุรกรรมโดยไม่คุย/ไม่ทำให้ชัด อาจชนทั้ง 2 เรื่องพร้อมกัน คือ - เรื่อง “ต้องมีคำยินยอมคู่สมรส” (ในกรณีที่เป็นสินสมรสหรือธุรกรรมที่กฎหมาย/ผู้รับจดทะเบียนกำหนด) - เรื่อง “หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและสิทธิอยู่อาศัยระหว่างสมรส” แม้ทรัพย์จะเป็นสินส่วนตัว 4) ถ้าจำเป็นต้องอยู่แยกกัน ควรทำอย่างไรให้ถูกทาง ถ้าความสัมพันธ์อยู่ร่วมกันไม่ได้ แทนที่จะปล่อยให้ค้าง ๆ คา ๆ แนะนำให้ใช้ช่องทางกฎหมายที่ทำให้สถานะชัดขึ้น เช่น ร้องขอให้ศาลอนุญาตให้อยู่ต่างหากจากกัน และศาลอาจกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูตามพฤติการณ์ได้ (ป.พ.พ. 1462) วิธีนี้ช่วยลดปัญหา “อีกฝ่ายไม่ยินยอม” และลดข้อพิพาทเรื่องที่พักอาศัย/ค่าใช้จ่ายในระยะยาว 5) เช็กลิสต์ก่อนทำหนังสือยินยอม/ก่อนเซ็นเอกสาร - ทรัพย์เป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส? ได้มาก่อนสมรส/หลังสมรส มีหลักฐานการชำระเงินอย่างไร - จุดประสงค์คือขาย โอน จำนอง ให้เช่า หรือทำสัญญาอะไร - อีกฝ่ายยังมีสิทธิอยู่อาศัยตามสภาพข้อเท็จจริงไหม (เช่น เคยอยู่ร่วมกันและยังเป็นคู่สมรส) - ถ้าแยกกันอยู่ ควรมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร/มีคำสั่งศาลเรื่องอยู่ต่างหากและค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือไม่ สรุปสั้น ๆ: “คำยินยอมของสามีภรรยา” ไม่ใช่แค่เอกสารประกอบธุรกรรม แต่สะท้อนสถานะและสิทธิหน้าที่ของคู่สมรสด้วย โดยเฉพาะช่วงแยกกันอยู่ที่หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูยังไม่หมดไปตามแนวคิดในฎีกา 4214/2566