นำลูกสุนัขจรจัดมาเลี้ยง ข้อค
คำพิพากษาฎีกาที่ 760 /2568 
จำเลยใช้สแลนหรือตาข่ายกรองแสงสีฟ้าและสังกะสีล้อมกระท่อมภายในที่ดินของจำเลยเพื่อป้องกันลูกสุนัขออก ถือว่าเป็นการให้ที่อยู่อาศัยแก่ลูกสุนัข ซึ่งจำเลยย่อมคาดหมายได้ว่าสุนัขเพศเมียต้องตามเข้าไปอยู่อาศัยกับลูกสุนัขภายในกระท่อมตามวิสัยของแม่ลูกอ่อนและจำเลยยังนำเศษอาหารมาเลี้ยงสุนัขจรจัดรวมทั้งสุนัขเพศเมียด้วย พฤติการณ์ถือว ่าจำเลยเลี้ยงดูสุนัขอย่างเป็นเจ้าของ
สุนัขเพศเมียที่จำเลยเลี้ยงไว้อย่างเป็นเจ้าของเข้าไปกัดไก่ในเล้าในที่ดินของโจทก์ตาย เป็นความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ จำเลยจึงต้องรับผิด เว้นแต่จะะพิสูจน์ได้ว่า ตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วหรือพิสูจน์ได้ว่าคสามเสียหายย่อมจะต้องมีเกิดขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังเพียงนั้น
หลายคนคิดว่า “ให้อาหารสุนัขจรจัด” เป็นแค่การทำบุญ ไม่น่ามีอะไรตามมา แต่พอไปอ่านแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 760/2568 แล้วต้องบอกว่า ประเด็นอยู่ที่พฤติการณ์รวม ๆ ว่าเรา “เลี้ยงดูเหมือนเป็นเจ้าของ” หรือไม่ ไม่ได้ดูแค่คำพูดว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าของนะ จากเรื่องนี้ ศาลมองว่าการ “ให้ที่อยู่อาศัย” เช่น ล้อมพื้นที่/ทำคอก/ทำกระท่อมกันออก และ “ให้อาหารเป็นประจำ” จนสุนัขเข้ามาอยู่ในบริเวณนั้น ถือเป็นการยอมรับดูแลเหมือนเจ้าของได้ แม้ตอนแรกตั้งใจแค่นำลูกสุนัขจรจัดมาเลี้ยง แต่ถ้าแม่สุนัขตามเข้ามาอยู่ด้วยตามวิสัยแม่ลูกอ่อน และเรายังให้อาหาร-ให้ที่พักต่อเนื่อง พฤติการณ์อาจถูกตีความว่ารับไว้ทั้งแม่และลูก สิ่งที่คนค้นหาเยอะคือ ถ้าสุนัขไปกัดไก่ กัดสัตว์เลี้ยงคนอื่น หรือทำทรัพย์สินเสียหาย “คนให้อาหารต้องรับผิดไหม” หลักที่เจอในคดีประเภทนี้คือ หากความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ และเราถูกมองว่าเป็นผู้เลี้ยง/เป็นเจ้าของ เรามีโอกาสต้องรับผิด เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว หรือความเสียหายนั้นย่อมเกิดแม้ระวังแล้ว ถ้าอยากช่วยสุนัขจรจัด แต่ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย (และลดปัญหากับเพื่อนบ้าน) สิ่งที่ฉันแนะนำจากการสังเกตเคสจริง ๆ คือ 1) อย่าทำ “ที่พักถาวร” หรือปิดล้อมพื้นที่จนดูเหมือนรับไว้เลี้ยงในบ้านตัวเองโดยชัดเจน หากจำเป็นควรคุมพื้นที่ให้ปลอดภัยและไม่ให้หลุดไปสร้างความเสียหาย 2) หลีกเลี่ยงการให้อาหารแบบต่อเนื่องจนสุนัขยึดพื้นที่เป็นถิ่น หากให้อาหาร ควรเลือกจุดที่เหมาะสม ไม่รบกวนคนอื่น และรีบจัดการทำหมัน/หาบ้าน 3) ประสานเทศบาล/อบต./มูลนิธิหรือกลุ่มช่วยสัตว์ในพื้นที่เพื่อทำหมัน ฉีดวัคซีน และหาผู้อุปถัมภ์ วิธีนี้แก้ “ปัญหาสุนัขจรจัด สาเหตุและแนวทางแก้ไข” ได้ตรงจุดกว่าการให้อาหารอย่างเดียว เพราะสาเหตุหลัก ๆ มักมาจากการปล่อยทิ้ง การขยายพันธุ์ และการไม่มีการควบคุมจำนวน 4) ถ้ารับมาเลี้ยงจริง ๆ ให้แสดงความรับผิดชอบให้ครบ: ทำรั้ว/ประตูให้แน่น ใส่สายจูงเวลาออกนอกบ้าน ป้ายชื่อ-ไมโครชิป (ถ้ามี) และดูแลไม่ให้ไปทำเสียหาย สุดท้ายเรื่อง “สุนัขนำโชค” หลายคนเลี้ยงด้วยความเชื่อหรือความเมตตา ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ในมุมกฎหมาย การให้อาหารและให้ที่อยู่อาศัยจนเข้าลักษณะ “ยอมรับว่าเป็นเจ้าของ” ก็อาจทำให้เราต้องรับผิดเมื่อสัตว์ก่อความเสียหายได้ ดังนั้นช่วยได้ แต่อย่าลืมวางแผนช่วยแบบยั่งยืนและรอบคอบด้วย












