Why don't you eat regular foods with enough lycopene?
🍅 Why not eat tomatoes alone?
Because the body is hard to absorb lycopene!
Simply, just one Hi-Balanz Lycopene capsule a day. ✨
# Lycopene # Skin plays light # Hibalanz # Sunscreen vitamins # Drug sign with lemon8
หลายคนเสิร์ชว่า “ไลโคพีน ข้อเสีย” เพราะอยากรู้ว่ากินแล้วอันตรายไหม เราเองก็เคยลังเลเหมือนกัน เลยสรุปแบบเข้าใจง่ายจากที่หาข้อมูลและสังเกตตัวเองให้ค่ะ ข้อเสีย/ข้อควรระวังของไลโคพีนที่ควรรู้ 1) อาจระคายท้องในบางคน: โดยเฉพาะถ้าทานตอนท้องว่าง หรือคนที่กระเพาะไวอยู่แล้ว อาการที่เจอได้คือแน่นท้อง คลื่นไส้ เราแนะนำให้เริ่มทาน “หลังอาหาร” และดื่มน้ำตามเยอะๆ 2) ผิวออกโทนส้ม/แดงได้ถ้าทานเยอะมาก: ไลโคพีนเป็นแคโรทีนอยด์ ถ้ารับมากเกินเป็นเวลานานบางคนผิวอาจดูอมส้ม (คล้ายกินแครอทหนักๆ) ไม่ได้อันตรายร้ายแรง แต่เป็นสัญญาณว่าควรลดปริมาณ 3) ระวังปฏิกิริยากับยา/โรคประจำตัว: คนที่ทานยาละลายลิ่มเลือด ยาความดัน หรือมีโรคประจำตัว ควรเช็กกับแพทย์/เภสัชก่อนเสริม เพราะอาหารเสริมบางสูตรอาจมีส่วนผสมอื่นร่วมด้วย 4) ไม่ใช่ “วิตามินกันแดด” แทนครีมกันแดด: หลายคนเข้าใจว่าไลโคพีนช่วยเรื่องผิวเล่นแสงหรือช่วยรับมือแดดได้ แต่ยังไงก็ไม่แทนกันแดดและการทาซ้ำระหว่างวันนะคะ มองว่าเป็นตัวเสริมมากกว่า แล้วทำไมกินอาหารทั่วไปถึงได้ไลโคพีนไม่พอ? ประเด็นหลักคือ “ไลโคพีนดูดซึมยาก” จากที่เราอ่านมา มักดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อ “ผ่านความร้อน + มีไขมัน” เช่น ซอสมะเขือเทศ/มะเขือเทศผัดน้ำมันมะกอก แต่ในชีวิตจริงทำทุกวันค่อนข้างยาก บางวันกินมะเขือเทศสดอย่างเดียวก็อาจได้ไม่เต็มที่ วิธีกินให้เวิร์ก (ถ้าเน้นจากอาหาร) - เลือกเมนูที่ผ่านความร้อน เช่น ซุปมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ โดนความร้อนพอประมาณ - จับคู่กับไขมันดีเล็กน้อย เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่ว - ทานหลังอาหารจะสบายท้องกว่า ถ้าจะเสริมเป็นแคปซูล แนะนำให้ดูฉลากให้ชัดว่าเป็น “ไลโคพีน” ปริมาณเท่าไร และทานตามคำแนะนำ ไม่เพิ่มเอง เพราะเป้าหมายคือได้สม่ำเสมอแบบพอดีๆ มากกว่าทานสูงเกินจำเป็นค่ะ