THE LIP OIL INTENSE🫦💄✨
ลิปออยสูตรใหม่ของแบรนด์ MNML haus เป็นลิปบำรุงที่มีสีด้วย ครบจบในแท่งเดียว สำหรับสาวๆ ที่ไม่ใช่สายแบก สีสวย+บำรุงปากไปในตัว ลดปากแตก ปากแห้ง พร้อมลดร่องริ้วรอยที่ปากด้วยนะะ ไปลองงง
📍 BAE-TXE-ZKT
(ขก.พิมพ์คัดลอกใน comment ได้น้า เดี๋ยวเพิ่มลิงค์ให้ที่หน้าโปรไฟล์อีกทีคั้บบ) 🫶🏻✨
ถ้ากำลังค้นหา “lip oil ยี่ห้อไหนดี” เราว่าคำตอบมันขึ้นอยู่กับว่าเราอยากได้ “ฉ่ำสวย” อย่างเดียว หรืออยากได้ “ฉ่ำ + บำรุง” แบบใช้แทนลิปบาล์มได้ด้วย เราเป็นคนปากแห้งง่ายและมีช่วงที่ปากลอก เลยชอบลิปออยล์ที่ทาแล้วให้ความชุ่มชื้นนานๆ และมีสีที่กลบความซีดได้ในแท่งเดียว สิ่งที่เราใช้เช็กก่อนตัดสินใจซื้อ lip oil ทุกครั้ง 1) เนื้อสัมผัส: บางยี่ห้อจะหนึบมากจนรู้สึกหนักปาก แต่บางสูตรจะบางเกินจนหายไว เราชอบแบบที่ฉ่ำแต่ไม่เหนอะ (ทาแล้วไม่รู้สึกเหมือนผมติดปากตลอดเวลา) 2) ความชุ่มชื้นหลังทา: ลองสังเกตหลังทาไป 30 นาที–1 ชั่วโมง ว่าปากยังนุ่มอยู่ไหม ถ้าทาแล้วเหมือน “ลิปมันกินปาก” คือยิ่งทายิ่งแห้ง อันนั้นเราเลี่ยงเลย 3) สีและโทน: สำหรับคนที่กลัวทาแล้วปากคล้ำ ให้เลือกโทนที่มีความชมพู/พีชผสมในนู้ด จะช่วยให้หน้าดูสดขึ้นและไม่หม่น 4) ความติดทนแบบสมเหตุสมผล: ลิปออยล์ยังไงก็หลุดตอนกินดื่มอยู่แล้ว เราเลยโฟกัสที่ “หลุดแล้วสวย” มากกว่า คือยังเหลือความชุ่มชื้นและสีระเรื่อนิดๆ จากที่เราลอง MNML haus รุ่น The Lip Oil Intense จุดที่ชอบคือเป็นลิปออยล์มีสี ทาเดียวจบ เหมาะกับวันรีบๆ หรือคนไม่ชอบพกหลายแท่ง สีที่เราเลือกคือ O14 Caramel (deep nude brown with pink hue) จะเป็นนู้ดน้ำตาลแบบผู้ดี แต่มีชมพูแทรก ทำให้ทาแล้วดูละมุน ไม่ทำให้ปากดูหม่นง่าย เหมาะกับทั้งลุค everyday และวันอยากได้ฟีล luxury เบาๆ ทริคทาให้สวยและช่วยลดปากแห้งแตก - ก่อนนอน: ทาหนาหน่อยแทนลิปมาสก์ ตื่นมาปากนุ่มขึ้น แล้วค่อยทาซ้ำบางๆ ตอนเช้า - ระหว่างวัน: ทาแบบแตะเฉพาะกลางปากแล้วเม้ม จะได้ความฉ่ำแบบธรรมชาติ - ถ้าปากลอก: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นซับเบาๆ ก่อนทา จะช่วยให้เนื้อเกาะเรียบและไม่ตกร่อง สรุปถ้าใครถามเรา “lip oil ยี่ห้อไหนดี” แล้วอยากได้แบบปากฉ่ำ มีสี และยังเน้นบำรุง เราว่าแนวของ MNML haus รุ่นนี้ตอบโจทย์มาก โดยเฉพาะสายโทนนู้ดอย่าง O14 Caramel ที่ทาแล้วดูแพงแต่ไม่เข้มเกิน