‘ฮุน เซน’ โพสต์ย้ำ ‘กัมพูชา’ ไม่เคยขอให้ไทย ‘เปิดด่าน’ ชี้ ผู้นำไทยหยิบยกประเด็นเปิดจุดผ่านแดน เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง ลั่น ไทยจะปิดด่านต่อไปอีก 100 ปี หรือ 500 ปี ไม่ได้ทำให้กัมพูชาล่มสลาย เผย บอกกับคณะผู้แทนมิตรประเทศแล้ว ไทยปิดจุดผ่านแดนกัมพูชา ไม่ใช่แค่ตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างกัมพูชา-ไทย แต่ยังเป็นการตัดขาดความเชื่อมโยงของอาเซียนและเอเชียด้วย
โดยที่การเปิดจุดผ่านแดนกลายเป็นหัวข้อหาเสียงด้วยเ ช่นกันผู้นำไทยบางส่วน ได้หยิบยกเรื่องการเปิดจุดผ่านแดนกลับมาพูดถึงอย่างมาก ซึ่งอาจกลายเป็นหัวข้อสำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง ที่กำลังจะมาถึงในประเทศไทย
วันที่ 4 พ.ย.68 สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา โพสต์
นับตั้งแต่มีการลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยสันติภาพระหว่างกัมพูชา-ไทย ระหว่างนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ นายกรัฐมนตรีไทย ภายใต้การอำนวยความสะดวกของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน และประธานาธิบดีสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์
เราสังเกตเห็นว่า มีความคืบหน้าที่เด่นชัดอย่างมาก นับตั้งแต่การประชุม JBC (คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม) และ RBC (คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค) ไปจนถึงการถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่พิพาทในขั้นแรก ภายใต้การตรวจสอบและรับรอง ของทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) นี่คือเส้นทางที่มุ่งไปสู่การยุติหรือลดความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งเราทุกคนควรยินดีด้วย
แม้จะรู้สึกยินดี แต่ผมก็มีความจำเป็นที่จะต้องแจ้งให้ประชาชนชาวกัมพูชาทราบ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเปิดจุดผ่านแดนกัมพูชา-ไทยอีกครั้ง เพราะในช่วงหลังมานี้ ผู้นำไทยบางส่วน ได้หยิบยกเรื่องการเปิดจุดผ่านแดนกลับมาพูดถึงอย่างมาก ซึ่งอาจกลายเป็นหัวข้อสำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง ที่กำลังจะมาถึงในประเทศไทย
การที่ผู้นำไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรีไทย พูดถึงเรื่องการเปิดจุดผ่านแดนบ่อยครั้งเช่นนี้ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนชาวกัมพูชาหรือประชาชนชาวไทย ว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ไปร้องขอให้ฝ่ายไทยเปิดด่านกลับมา ผมไม่ต้องการให้ประชาชนชาวกัมพูชาต้องนอนหลับไปพร้อมกับความเข้าใจผิดนั้น
สำหรับประชาชน ชาวไทยนั้น เป็นเรื่องภายในของไทย ที่อาจถูกหลอกล่อเพื่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยที่การเปิดจุดผ่านแดนกลายเป็นหัวข้อหาเสียงด้วยเช่นกัน
สำหรับประชาชนชาวกัมพูชา ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า นับตั้งแต่ที่ฝ่ายไทยปิดจุดผ่านแดนฝ่ายเดียว กัมพูชาไม่เคยไปขอให้ไทยเปิดด่านกลับมา
ไทยจะปิดต่อไปอีก 100 ปี หรือ 500 ปี ก็เป็นเรื่องของไทย เพราะกุญแจอยู่ในมือของไทย การปิดที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้กัมพูชาล่มสลาย แต่ตรงกันข้าม กลับทำให้สินค้าภายในประเทศเข้ามาแทนที่สินค้าไทย ซึ่งเป็นโอกาสในการส่งเสริมให้การผลิตในประเทศเติบโตขึ้น
ผมได้บอกกับคณะผู้แทนมิตรประเทศว่า การที่ไทยปิดจุดผ่านแดนกับกัมพูชานั้น ไม่ใช่แค่การตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างกัมพูชา-ไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดขาดความเชื่อมโยงของอาเซียนและเอเชียด้วย แล้วถนนหลวงอาเซียน (ASEAN highway) , ทางรถไฟอาเซียน และถนนหลวงเอเชียจะไปอยู่ที่ใด?
หวังว่าสารนี้จะไปถึงผู้นำไทย และประชาชนชาวไทย ว่า กัมพูชาไม่ได้ร้องขอให้ไทยเปิดจุดผ่านแดนกลับมา และหวังว่าประชาชนชาวกัมพูชาจะไม่เข้าใจผิดว่า ผู้นำกัมพูชาทำตัวต่ำต้อยไปขอให้ไทยเปิดจุดผ่านแดนกลับมาเช่นกัน
Cr.สรยุทธ
ในบริบทของความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-กัมพูชา เรื่องจุดผ่านแดนหรือด่านชายแดนเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศและภูมิภาคอาเซียนอย่างมาก เนื่องจากด่านชายแดนไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการค้าหรือการเดินทางของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางหลักเชื่อมโยงเศรษฐกิจและความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค การปิดด่านชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างที่ได้รับการย้ำจาก ‘ฮุน เซน’ ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่าเป็นการตัดขาดความเชื่อมโยงทั้งสองประเทศและยังส่งผลกระทบไปถึงเส้นทางการคมนาคมหลักของอาเซียน เช่น ถนนหลวงอาเซียน (ASEAN highway) และทางรถไฟอาเซียน ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการเดินทางระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ การปิดด่านยังส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของกัมพูชา และกระตุ้นให้ประเทศได้รับโอกาสในการพัฒนาการผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น แทนที่จะพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากไทย สิ่งนี้เป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจของกัมพูชามีความแข็งแกร่งและพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศอาจมีความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ประเด็นการเปิด-ปิดด่านชายแดนยังกลายเป็นประเด็นทางการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะในบริบทของการหาเสียงเลือกตั้งในไทยที่กำลังจะเกิดขึ้น การที่ผู้นำไทยบางส่วนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอาจเป็นการใช้ประเด็นนี้เพื่อดึงคะแนนเสียง ซึ่ง ‘ฮุน เซน’ ต้องการสื่อสารอย่างชัดเจนว่ากัมพูชาไม่เคยร้องขอให้ไทยเปิดด่านดังกล่าว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความตึงเครียดที่ไม่จำเป็นระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ สำหรับประชาชนในอาเซียน การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีและความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนส่งและด่านชายแดนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ภูมิภาคนี้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม การสนับสนุนให้เกิดการเจรจาอย่างสร้างสรรค์และความเข้าใจระหว่างประเทศสมาชิกในอาเซียนจะช่วยลดความตึงเครียดและส่งเสริมความร่วมมือในระยะยาว สุดท้าย สารจาก ‘ฮุน เซน’ เป็นการเรียกร้องให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและการเคารพซึ่งกันและกันระหว่างไทยและกัมพูชา พร้อมกับย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในอาเซียนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวม










































