“เรวัช กลิ่นเกษร” อดีตผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด จี้ “แม่ทัพกุ้ง” เปิดชื่อคนสั่งหยุดยิง 6 ชม.หลังปะทะกัมพูชา

ลั่น “เรียนท่านแม่ทัพกุ้งนะครับ ออกมาบอกเลย ท่านไม่ต้องเกรงใจ บอกเลยครับถ้าเป็นผมบอกเลย ว่าวันที่ 24 หลังจากปะทะกัน ถึงเวลา 6 ชม.แล้ว เวลาเท่านั้น

มีคน ๆ นี้ ใช้โทรศัพท์เบอร์นี้ โทร.มาหาผม แล้วสั่งให้ผมหยุดยิง บอกไปเลยครับ มันจะได้ชิบxx กันเป็นแถบ ๆ บอกไปเลย เอาความจริงมาพูด”

#ข่าวtiktok

#บันเทิงtiktok

#แม่ทัพกุ้ง

#ชายแดนไทยกัมพูชา

#คนไทย

Cr.ข่าวสด

2025/11/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญทางด้านความมั่นคงของประเทศและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด หลังจากที่มีการปะทะกันเมื่อวันที่ 24 และเกิดคำสั่งหยุดยิงเป็นเวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งทาง คุณเรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ได้ออกมาเรียกร้องให้ “แม่ทัพกุ้ง” เปิดเผยชื่อของผู้ที่สั่งให้มีคำสั่งหยุดยิงในช่วงเวลานั้นอย่างชัดเจน เพื่อความโปร่งใสและความจริงใจในสถานการณ์นี้ คำสั่งหยุดยิงที่เกิดขึ้นในช่วง 6 ชั่วโมงหลังปะทะ มีความหมายอย่างมากทั้งในแง่ของการควบคุมสถานการณ์และผลกระทบต่อกำลังพลในพื้นที่ชายแดน โดยเรวัชได้ระบุว่ามีบุคคลหนึ่งใช้โทรศัพท์โทรมาหาตนเองแล้วสั่งให้หยุดยิง ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักและควรได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการเพื่อความกระจ่างและลดความตึงเครียดในสังคม การเปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์รวมถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจในระดับสูง จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาชนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับหลักความโปร่งใสที่ควรมีในองค์การทหารและหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและลดการแพร่กระจายของข่าวลือที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด ยิ่งไปกว่านั้น การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวยังช่วยเน้นย้ำความสำคัญของการสื่อสารภายในกองทัพและระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในอนาคต พร้อมทั้งเตรียมการรับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนและสื่อมีความสนใจอย่างมากต่อรายละเอียดในเหตุการณ์นี้ ดังนั้น การเปิดเผยข้อมูลโดยแม่ทัพกุ้งและหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและชัดเจนจะเป็นการสร้างความมั่นใจและความสงบเรียบร้อยแก่สังคม รวมถึงช่วยสนับสนุนการสร้างสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้อย่างยั่งยืน