มีรายงานว่า “เฉินจื้อ” เจ้าพ่อสแกมเมอร์ ถูกจับกุมและส่งตัวกลับจีน พร้อมข้อหาฉ้อโกง-ฟอกเงิน

.

ด้านกระทรวงมหาดไทยแห่งกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ว่า "ขอแจ้งให้ประชาคมภายในประเทศและนานาชาติทราบว่า ภายใต้ขอบเขตความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และตามคำขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางการราชอาณาจักรกัมพูชาได้จับกุมชาวจีน 3 คน ได้แก่ เฉิน จื้อ, สวี จี เหลียง และเส้า จี ฮุย และส่งตัวกลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว

.

การจับกุมมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลรายนี้ ถือเป็นจุดสิ้นสุดของการไล่ล่าหลังจากเมื่อช่วงปลายปี 2568 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาลับหลังต่อเขาในฐานะตัวการใหญ่เบื้องหลังขบวนการต้มตุ๋นคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่านับล้านล้านบาท พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงในการกักขังเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อบังคับใช้แรงงานใน "นิคมสแกมเมอร์" ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก

.

ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า เงินมหาศาลที่ได้จากการฉ้อโกงและฟอกเงินผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ถูกนำไปใช้ปรนเปรอชีวิตส่วนตัวอย่างหรูหราล้ำฟ้า ทั้งการสะสมภาพวาดของปิกัสโซ การครอบครองเครื่องบินเจ็ต และเรือยอชต์ส่วนตัว โดยทาง FBI ภายใต้การนำของนายแคช พาเทล สามารถดำเนินการอายัดบิตคอยน์ที่เกี่ยวพันกับขบวนการนี้ได้สูงถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

.

แม้ในหน้าฉาก นายเฉิน จื้อ ในวัย 37 ปี จะมีภาพลักษณ์เป็น "เนียะ ออกญา" มหาเศรษฐีผู้ใจบุญผ่านทางมูลนิธิพรินซ์ และยังเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของผู้นำระดับสูงของกัมพูชาทั้งสองรุ่น แต่เบื้องหลังกลับถูกคว่ำบาตรอย่างหนักจากทั้งสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ในข้อหาเป็นฟันเฟืองสำคัญขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

.

อาณาจักร Prince Holding Group ที่มีมูลค่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และธนาคารกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงโครงการยักษ์ใหญ่อย่าง Prince Plaza ในพนมเปญ กำลังเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เมื่อผู้นำสูงสุดของกลุ่มที่มีสัญชาติทั้งกัมพูชาและอังกฤษรายนี้ ถูกส่งตัวกลับไปรับโทษในแผ่นดินเกิดภายใต้แรงกดดันจากนานาชาติที่ต้องการกวาดล้างทุนสีเทาให้หมดสิ้นไป

1/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์และการติดตามข่าวสารในวงการอาชญากรรมไซเบอร์ ผมพบว่ากรณีของเฉินจื้อสะท้อนถึงปัญหาใหญ่ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่มีช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงและฟอกเงินอย่างมหาศาล นิคมสแกมเมอร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการบังคับใช้แรงงานและค้ามนุษย์ ภายใต้ขบวนการนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงิน แต่ยังทำลายศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนของเหยื่ออีกด้วย เหยื่อบางส่วนถูกขังไว้และบังคับทำงานในสภาพที่โหดร้ายโดยไร้โอกาสหลุดพ้น เป็นเรื่องที่สังคมโลกต้องตื่นตัวและร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อยุติขบวนการเหล่านี้ นอกจากนี้ การที่เฉินจื้อใช้เงินที่ได้จากการฉ้อโกงฟอกเงินไปสู่การครอบครองสินค้าหรูหรา เช่น ภาพวาดของปิกัสโซ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และเรือยอชต์ แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำและความอื้อฉาวที่เกิดจากทุนสีเทาในระบบเศรษฐกิจโลก การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานสากลอย่าง FBI, รัฐบาลกัมพูชา และจีนถือเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ส่วนผู้ที่สนใจในเรื่องนี้ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและบทเรียนจากกรณีนี้ การส่งตัวเฉินจื้อกลับจีนและการอายัดบิตคอยน์มูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าอาชญากรรมในโลกดิจิทัลไม่ได้ปกปิดอยู่ได้ตลอดไป และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดย่อมช่วยลดช่องว่างความไม่เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ