‘ศุภชัย’ ดำเนินคดี มือโพสต์โยงเครือญาติ ‘บิ๊กรับเหมา’ กับ ‘อนุทิน’ ยัน ใส่ร้ายด้วยข้อความเท็จ พร้อมผู้ใช้จ้างวาน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

วันที่ 18 มกราคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

”มีผู้ใช้ชื่อ “Jaturong Hirankarn” โพสต์ข้อความว่า นายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต ผู้ก่อตั้งบริษัทอิตาเลียน-ไทย เป็นพี่ชายของมารดานายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน จึงเป็นหลานชายแท้ๆ ของนายแพทย์ชัยยุทธ

ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ และถือเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง สส. เพราะเป็นการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มีความผิดทางอาญา มีโทษจำคุก

ทั้งนี้ ทางพรรคภุมิใจไทยจะดำเนินคดีกับบุคคลผู้ใช้ชื่อดังกล่าว รวมถึงผู้ใช้จ้างวานหรือมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ตามกระบวนการกฎหมายต่อไป“

1/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประเด็นการโพสต์ข้อความเท็จและการให้ข้อมูลผิดเกี่ยวกับบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักการเมืองหรือผู้มีชื่อเสียง การแสดงความคิดเห็นในรูปแบบของข่าวสารที่ผิดพลาดหรือบิดเบือนไม่เพียงแต่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ส่วนบุคคล แต่ยังละเมิดกฎหมายเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับการใส่ร้ายผู้อื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามข่าวสารและการเคลื่อนไหวทางการเมืองของประเทศไทย พบว่าความรู้และความเข้าใจในประเด็นกฎหมายเลือกตั้งยังมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อป้องกันการถูกดำเนินคดีจากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ บางครั้งการแชร์ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบความถูกต้องก่อนอาจนำพาไปสู่การสร้างความเสียหายซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ภายหลัง สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบควรใช้เครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ในการปกป้องชื่อเสียงของตนเอง เช่น การดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ เพื่อให้เป็นตัวอย่างและป้องกันไม่ให้เกิดกรณีลักษณะเดียวกันในอนาคต นอกจากนี้ ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียควรตระหนักถึงความรับผิดชอบของตนเองในการตรวจสอบและใช้ข้อมูลอย่างระมัดระวังก่อนเผยแพร่ เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่ดีและส่งเสริมความถูกต้องของข้อมูล อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยและชี้แจงข้อเท็จจริงจากเจ้าตัวหรือจากพรรคการเมืองช่วยให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น พร้อมกับลดการแพร่กระจายของข่าวลวงที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นแก่สาธารณชนในกระบวนการทางการเมืองและสังคม