‘ธนกร’ โพสต์ย้ำ ต้องเลือกด้วย ‘ยุทธศาสตร์’ แบ่งใจไม่ได้! ถ้าอยากเห็น ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ ถ้าแบ่งใจ เท่ากับเปิดทาง ‘ฝ่ายส้ม’ กลับมาโดยไม่รู้ตัว คะแนนที่กระจายคือความพ่ายแพ้

นายธนกร วังบุญคงชนะ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์

“การเลือกตั้งครั้งนี้

ไม่ใช่แค่เลือก “คนที่เราชอบ”

แต่ต้องเลือกด้วย ยุทธศาสตร์

ถ้าเราอยากเห็น อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เราต้องเลือกทั้ง “คน” และ “พรรค” ไปในทิศทางเดียวกัน

การแบ่งใจให้คนอื่น เท่ากับเปิดทางให้ ‘ฝ่ายส้ม’ กลับมาโดยไม่รู้ตัว

การเมืองไม่มีพื้นที่ให้ความลังเล คะแนนที่กระจาย คือความพ่ายแพ้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

และภูมิใจไทยจะเหนื่อยทันที หากผู้สนับสนุนไม่รวมพลัง

ถ้าอยากให้อนุทินไปต่อ ต้องกล้าเลือกให้ชัด

เลือกให้ตรง และเลือกให้ถึงเส้นชัย

ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องอารมณ์

แต่คือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์

เพื่ออนาคตของประเทศ

ภูมิใจไทยพูดแล้วทำพลัส บัญชีรายชื่อเบอร์37 ”

1/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามการเมืองไทยมานาน ผมเห็นว่าการตัดสินใจเลือกตั้งด้วยยุทธศาสตร์มีความสำคัญมากกว่าการเลือกตามอารมณ์หรือความชอบส่วนตัว เพราะการเมืองไทยนั้นมีความซับซ้อนและคะแนนเสียงที่กระจายออกไปอาจกลายเป็นความพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ หลายครั้งที่คะแนนเสียงไม่รวมศูนย์ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งชัดเจนเหมือนกับกรณีที่นายธนกรพูดถึง "ฝ่ายส้ม" ที่หมายถึงกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามซึ่งอาจกลับมาครองอำนาจหากผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยไม่รวมใจเลือกอย่างชัดเจน ผมยังจำได้ว่าในอดีตการแบ่งใจของผู้สนับสนุนทำให้พรรคที่มีศักยภาพสูญเสียโอกาสในการเป็นผู้นำประเทศไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นการเลือกพรรคและตัวแทนที่มีเป้าหมายและนโยบายที่ชัดเจน และที่สำคัญไปในทิศทางเดียวกัน เป็นสิ่งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรให้ความสำคัญ กลับมาสู่ยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยและอนุทิน ชาญวีรกูล การที่พรรคนี้ยืนหยัดทำตามคำพูดและนโยบายอย่างจริงจัง ทำให้มีฐานเสียงที่เหนียวแน่น การเลือกให้ชัดเจนและตรงเป้าจึงช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค และเป็นก้าวสำคัญของการนำประเทศไปสู่ความมั่นคงและพัฒนาอย่างยั่งยืน สุดท้าย การเลือกตั้งไม่ใช่แค่เรื่องของการแข่งขันหาเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดสินใจที่จะส่งผลต่ออนาคตของชาติ ดังนั้นผู้เลือกตั้งควรพิจารณาข้อมูลและวิเคราะห์อย่างรอบคอบ เพื่อให้การเลือกของตนเองนั้นช่วยขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น และไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายที่ไม่ต้องการพัฒนาประเทศกลับมามีอำนาจอีกครั้ง