15 พค .69

‘กกร.’ เผยผลสำรวจภาคเอกชนที่ติดต่อหน่วยงานรัฐ เปิด 10 อันดับหน่วยงานเสียงสูง ต่อการเรียกรับสินบน

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน สำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ 401 ราย ทั่วประเทศ ในวันที่ 26 มี.ค.-10 เม.ย.69 ว่า คอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤติเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง

ผู้ตอบมากถึง 99.7% บอกว่า คอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ นอกจากนี้ 51.2% ระบุแนวโน้มคอร์รัปชันปัจจุบันเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแย่ลงมาก , อีก 48.5% เท่าเดิม และ 0.3% ดีขึ้น

เมื่อถามว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การขอใบอนุญาต หรืออนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐครั้งล่าสุด มีการสื่อหรือบอกเป็นนัยว่าต้องให้ของกำนัล เงิน หรือผลประโยชน์อื่น เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่นหรือรวดเร็วขึ้นหรือไม่นั้น มากถึง 52.8% ตอบมี , อีก 39.1% ไม่เคย และ 8.1% เกิดขึ้นเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ 54.1% ไม่เคยให้ แต่อีก 45.9% เคยให้ โดยจ่ายเป็นเงินสดมากที่สุด ตามด้วยของขวัญ/เลี้ยงรับรอง, บริจาค/สปอนเซอร์, จ้างผู้รับเหมาช่วง/ที่ปรึกษา

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ ยังบอกอีกว่า การประกวดราคาของหน่วยงานราชการครั้งล่าสุด มีการติดต่อจากบุคคลที่อ้างว่า “ช่วยให้ชนะได้” และยังได้รับการบอกใบ้ว่าควรใช้ตัวกลาง หรือที่ปรึกษารายใดเพื่อให้ชนะ

เอกชนที่จ่ายเงินเพิ่มพิเศษเพื่อให้ได้สัญญา จ่ายสูงสุดถึง 26-30% ของวงเงินงบประมาณ และต่ำสุด 1-5% แต่ช่วงที่ส่วนใหญ่จ่ายอยู่ที่ 6-15% สาเหตุที่ต้องจ่ายเพราะขั้นตอนการติดต่อราชการซับซ้อน, กฎหมาย/ระเบียบเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป, แก้ปัญหาจากการทำผิดระเบียบ, ตัดหน้าคู่แข่ง, ถูกเจ้าหน้าที่บีบบังคับ/ประวิงเวลา และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำต่อกันมา ที่น่าตกใจคือ เมื่อพบการเรียกรับผลประโยชน์แล้ว มากถึง 56.5% ไม่กล้าร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ ของรัฐ เพราะไม่มั่นใจ เกรงกลัวความปลอดภัย รวมถึงกลัวไม่ได้งาน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เมื่อถามต่อว่าในรอบ 1 ที่มีการติดต่อหน่วยงานภาครัฐนั้น ธุรกิจจ่ายเงินให้หน่วยงานรัฐครั้งละเท่าไร พบว่า 10 อันดับแรก ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ จ่ายครั้งละ 102,160 บาท อันดับ 2 กรมเจ้าท่า 100,000 บาท, อันดับ 3 กรมสรรพสามิต 94,667 บาท, อันดับ 4 กรมสรรพากร 89,498 บาท, อันดับ 5 กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 88,750 บาท

อันดับ 6 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บริการสาธารณสุข 74,643 บาท, อันดับ 7 กรมทางหลวง 70,167 บาท, อันดับ 8 กรมโยธาธิการและผังเมือง 70,000 บาท, อันดับ 9 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 68,000 บาท และสุดท้าย กรมป่าไม้ 67,500 บาท

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า หน่วยงานรัฐ 10 อันดับแรก ที่ภาคเอกชนติดต่องานในรอบ 1 ปี และเสนอให้สิ่งตอบแทนมากที่สุด อันดับ 1 ตำรวจทางหลวง/จราจร, อันดับ 2 กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล), อันดับ 3 องค์การบริหารส่วนตำบล, อันดับ 4 กรมเจ้าท่า, อันดับ 5 กรมทางหลวง, อันดับ 6 กรมโยธาธิการและผังเมือง, อันดับ 7 ตำรวจท้องที่, อันดับ 8 กรมทรัพย์สินทางปัญญา, อันดับ 9 กรมสรรพากร และอันดับ 10 กรมการขนส่งทางบก

ส่วนนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงานฯ และประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันที่ 15 พ.ค.นี้ คณะทำงานฯ จะประชุมหารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งเตรียมข้อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่อยากให้ภาครัฐดำเนินการอย่างเร่งด่วนไว้แล้ว หากภาครัฐไม่ร่วมกับภาคเอกชนแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ขณะที่ภาคสังคม และประชาชนมองว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องปกติ ไทยถึงจุดที่ล่มสลายทางเศรษฐกิจได้

5/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากผลสำรวจภาคเอกชนที่ติดต่อหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับปัญหาคอร์รัปชันซึ่งเผยแพร่โดยกกร. พบว่าปัญหาการเรียกรับสินบนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางหน่วยงานที่มีการจ่ายเงินค่าผลประโยชน์เฉลี่ยครั้งละหลายหมื่นถึงแสนบาท สาเหตุหลักที่ธุรกิจต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษนี้มีตั้งแต่ความซับซ้อนของขั้นตอนราชการ กฎหมายและระเบียบที่เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจได้มากเกินไป รวมทั้งธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมา ในฐานะที่เคยมีประสบการณ์ติดต่อหน่วยงานภาครัฐในกระบวนการขอใบอนุญาต พบว่าการสื่อหรือบอกเป็นนัยให้ต้องให้ของกำนัลเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินงานนั้นเกิดขึ้นเป็นเรื่องที่พบบ่อย ความรู้สึกกดดันและความไม่มั่นใจในความปลอดภัยหากร้องเรียนทำให้หลายคนเลือกที่จะไม่แจ้งปัญหาเหล่านี้หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง นอกจากนี้ เรื่องการประกวดราคาราชการที่มีการแนะนำตัวกลางหรือที่ปรึกษาเพื่อช่วยให้ชนะการประกวด ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ธุรกิจใช้เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับสัญญา แม้ว่าต้นทุนจะสูงถึง 26-30% ของวงเงินงบประมาณก็ตาม ทำให้ความโปร่งใสในการบริหารจัดการภาครัฐยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องได้รับความร่วมมือจากรัฐ ภาคเอกชน และสังคมในวงกว้าง การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันจึงควรมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบให้ชัดเจน เปิดช่องทางการร้องเรียนที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ พร้อมทั้งกระตุ้นให้ภาครัฐมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีขึ้นในระยะยาว หากภาครัฐไม่เร่งแก้ไขและร่วมมือกับภาคเอกชนแก้ไขปัญหา ปัญหาคอร์รัปชันจะยังคงทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย ทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการพัฒนาและแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน