17 พค.69
‘ผบช.น’ ประชุมเร่งรัดคดีรถไฟชนรถเมล์ กำชับเช็คกล้องวงจรปิดทั้งหมด พิสูจน์สาเหตุ เกิดจากความประมาทของใครบ้าง ‘พนักงานประจำป้อมรถไฟ-คนขับรถรถไฟ-คนขับรถเมล์’ ปฏิบัติตามมาตรฐานปกติครบถ้วนหรือไม่ เหตุเส้นทางนี้ รถติดขัดทุกวัน กลับเกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ
วันที่ 17 พ.ค.69 พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาติดตามความคืบหน้าทางคดี ที่ สน.มักกะสัน หลังจากได้สอบปากคำผู้ที่เก ี่ยวข้องไปหลายส่วน โดยพล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า เข้ามาดูเรื่องการทำสำนวนให้รัดกุมรอบคอบ รวมถึงดูพยานหลักฐานความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
พลตำรวจโท สยาม กล่าวว่า ได้กำชับให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทของผู้ใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำป้อมรถไฟ , คนขับรถรถไฟ หรือคนขับรถเมล์ ว่า คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีการดำเนินการตามมาตรฐานปกติที่ต้องดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ เพราะเส้นทางดังกล่าว มีการจราจรติดขัดทุกวัน แต่เหตุใดเกิดเหตุกลับเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
เบื้องต้น ตำรวจสอบปากคำคนขับรถรถไฟ แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้และได้แจ้งข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้ถึงแก่ความตาย
ส่วนคนขับรถเมล์ยังบาดเจ็บอยู่ และไม่รู้สึกตัว ยังไม่ได้สอบปากคำ
ส่วนเจ้า หน้าที่รถไฟที่อยู่ประจำป้อม ก็พาไปตรวจร่างกาย และจะนำตัวมาสอบปากคำ
พฤติกรรมของคนขับรถไฟ ที่ดูจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำป้อมโบกธงแดง เพื่อบอกว่าเส้นทางข้างหน้าไม่ปลอดภัย และยังไม่ให้ผ่าน แต่คนขับรถรถไฟ กลับไม่ชะลอหรือหยุดรถ ทำให้ไปชนกับรถเมล์ที่จอดขวางอยู่บนถนน เบื้องต้นได้นำ ‘กล่องดำ’ รถไฟมาแล้ว และกำลังประสานผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ ตอนนี้กล่องดำได้ยึดไว้แล้ว อยู่ระหว่างการให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
ส่วนระเบียบการโบกธงแดง ต้องไปตรวจสอบว่า ขั้นตอนการโบกนั้น ต้องให้รถไฟห่างจากกี่เมตร และจะต้องโบกธงเขียวเพื่อเป็นสัญญาณให้ผ่านได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากกล้องวงจรปิด เห็นว่าพนักงานโบกธงโบกเพียงไม่นาน และหันหลังให้กับรถไฟ ถือว่าประมาทหรือไม่ พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า เราต้องไปตรวจส อบ และต้องไปสอบถามกับการรถไฟถึงระเบียบปฏิบัติดังกล่าว
ส่วนคนขับรถเมล์ ที่ปรากฏจอดคร่อมรางรถไฟ จะต้องไปตรวจสอบว่า มีความผิด พ.ร.บ.จราจร หรือไม่
รวมถึงสัญญาณไฟแดงที่กระพริบในช่วงเกิดเหตุ ประเด็นนี้ก็ต้องประชุมหารืออีกครั้งถึงแนวทางการแก้ไข รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนที่สัญจร ผ่านรางรถไฟ ให้เคารพกฎจราจร และมีจิตสำนึก เพราะยังมีเส้นทางร่วมทางแยกแบบนี้เป็นร้อยๆ จุด
ขณะที่ ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 30 คน แบ่งเป็นชาย 21 คน เป็นหญิง 9 คน ขณะนี้กลับบ้านแล้ว 14 คน คงเหลือรักษาตัวที่โรงพยาบาล 16 คน ส่วนรถที่ได้รับความเสียหายมี 9 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 4 คันและรถยนต์ 5 คัน














