23 พ.ค.69

อุทัยธานี: ชาวบ้านแห่เดินทางไกลมาแบงค์กรุงไทยแน่น! หลังหลายคนสแกนหน้าที่บ้านไม่ผ่าน บางรายต้องซื้อ ’สมาร์ทโฟน‘ เพื่อใช้รับสิทธิ์ ชาวบ้านวอนรัฐบาลหาวิธีรองรับกลุ่มคนไม่มี ‘สมาร์ทโฟน’ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่ยังคงใช้โทรศัพท์แบบปุ่มกด ไว้แค่รับสายลูกหลาน

ที่จังหวัดอุทัยธานี วันนี้ ( 23 พ.ค.69 ) บรรยากาศการลงทะเบียนโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)’ ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองฉาง จ.อุทัยธานี ที่เปิดทำการในวันหยุดเป็นกรณีพิเศษ เพื่อบริการประชาชนเพื่อรอรับสิทธิ์เป็นไปอย่างคึกคัก แม้จะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และมีฝนโปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน แต่ประชาชนจาก 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านไร่ ,ห้วยคต ,ลานสัก , หนองฉาง และอำเภอทัพทัน ต่างพากันเดินทางมาต่อคิวจนเนืองแน่นตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิดทำการ ทั้งด้านหน้าและด้านในธนาคาร

ประชาชนจำนวนมากยอมรับว่าต้องเดินทางมาไกล เพื่อรักษาสิทธิ์ก่อนจะถึงกำหนดการในวันที่ 25-29 พฤษภาคมนี้

นางสาวพิลักษณ์ วัย 50 ปี ซึ่งเดินทางมาจากบ้านบึงแห้ง อำเภอลานสัก เป็นระยะทางไป-กลับกว่า 70 กิโลเมตร เล่าด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าว่า ต้องพาพ่อและแม่เดินทางมาด้วย โดยหอบหิ้วทั้งข้าวและยามารับประทานระหว่างรอ เพราะเกรงว่าหากทำธุระไม่เสร็จในช่วงเช้า จะต้องรอคิวต่อไปถึงช่วงบ่าย

"ยังไม่ทันทานข้าวเลยค่ะ กลัวไม่ทัน มาไกล... คุณแม่ก็ห่อข้าวมาพร้อมเลย นี่แม่ก็ซื้อโทรศัพท์ เอาเงินที่เก็บไว้ มาซื้อโทรศัพท์ใหม่เลยค่ะ เพื่อมาลงทะเบียน" นางสาวพิลักษณ์ กล่าวถึงความพยายามเพื่อให้เข้าถึงสิทธิ์

นางสาวพิลักษณ์ ยอมรับว่า ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายและค่าโทรศัพท์ใหม่หรือไม่ แต่ก็หวังว่าจะเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประจำวันได้บ้าง

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนต้องเดินทางมาถึงจุดบริการ แทนการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน คือ อุปสรรคด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบการยืนยันตัวตน หรือการสแกนใบหน้า

ชาวบ้านหลายรายสะท้อนปัญหาว่า ได้พยายามลองสแกนใบหน้าผ่านมือถือ และตู้เอทีเอ็มหลายครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ปัญหาใหญ่เลยคือ ทำที่บ้านสแกนหน้าไม่ผ่าน ทำหลายครั้งหลายหนแล้ว

นอกจากปัญหาเรื่องระบบแล้ว ชาวบ้านยังฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยปรับปรุงระบบให้รองรับกลุ่มคนที่ไม่มี ‘สมาร์ทโฟน’ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังคงใช้โทรศัพท์แบบปุ่มกด สำหรับรับสายลูกหลานเท่านั้น

ขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารต้องเร่งทำงานอย่างหนักในวันหยุดพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ท่ามกลางภาพของชาวบ้านบางส่วนที่ต้องกางร่มยืนรอคิว ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามอย่างยิ่งยวดของประชาชนในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางและอุปสรรคทางเทคโนโลยีก็ตาม

5/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประสบการณ์การลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ในพื้นที่อุทัยธานีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นความพยายามและความทุ่มเทของประชาชนที่ต้องการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างแท้จริง แม้จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี เช่น ระบบสแกนใบหน้าที่ล้มเหลวบ่อยครั้ง รวมถึงปัญหาการไม่มีสมาร์ทโฟนในหมู่ผู้สูงอายุที่ส่วนใหญ่ยังใช้โทรศัพท์ปุ่มกด ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ในการลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ จากการพูดคุยกับชาวบ้านหลายราย หลายคนเลือกที่จะเดินทางไปยังธนาคารกรุงไทยที่สาขาหนองฉาง เพื่อขอความช่วยเหลือโดยตรง แม้ว่าจะต้องเผชิญกับทั้งระยะทางไกลและสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ฝนตกโปรยปรายก็ตาม บางคนต้องขนอาหารและยาไปด้วยเพราะไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำธุระเสร็จทันภายในวันเดียว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหวังว่าการได้รับสิทธิครั้งนี้จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ แม้บางคนต้องใช้เงินเก็บเพื่อซื้อสมาร์ทโฟนใหม่เพื่อใช้ลงทะเบียน คำร้องเรียนเรื่องระบบสแกนใบหน้าที่บ้านไม่ผ่านมีความเหมือนกันจากหลายครัวเรือน ทำให้หลายคนไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านมือถือได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลพัฒนาระบบลงทะเบียนให้ครอบคลุมและใช้งานง่ายสำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังใช้โทรศัพท์แบบปุ่มกด ซึ่งไม่สามารถใช้ฟีเจอร์สแกนหน้าได้อย่างสะดวก เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยเองก็ต้องทำงานหนักในวันหยุดพิเศษ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนกลุ่มนี้ ด้วยความตั้งใจที่จะไม่ปล่อยให้ใครพลาดสิทธิสำคัญ ในภาพรวมแล้ว เหตุการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการลงทะเบียนรับสิทธิ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ความพยายามของประชาชนและเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิเบื้องต้นได้อย่างเท่าเทียม ช่วงเวลานี้ยังเป็นข้อเตือนใจที่มีคุณค่าสำหรับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาระบบสวัสดิการดิจิทัลให้เป็นมิตรกับทุกกลุ่มประชากร ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปมากเพียงใดก็ตาม