เมื่อวานนี้ 9 มิ.ย.69

‘เพื่อไทย’ เดินหน้ายื่น ‘ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ’ หลัง ‘ภูมิใจไทย-กล้าธรรม’ ถอนชื่อ โดยปรับเนื้อหา ‘ที่มาของ สสร.’ นำแนวทาง สสร.ฉบับปี 2540 และความเห็นชั้น กมธ.ชุดที่แล้วมาพิจารณา เพื่อให้ สสร.ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด

วันที่ 9 มิ.ย.69 พรรคเพื่อไทย เผยแพร่คำแถลงของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุ

เรียนพี่น้องประชาชน และสื่อมวลชนทุกท่าน

ในประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมประเมินสถานการณ์ตรงกันว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ถอนชื่อจากร่างฉบับของพรรคเพื่อไทย โดยที่ความเห็นของสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่นัยยะทางการเมืองที่เกิดขึ้นคือ ร่างของพรรคเพื่อไทยนี้อาจจะไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระแรก

พรรคเพื่อไทย จึงมีข้อสรุปว่า จะนำร่างเดิมมาปรับเนื้อหาในส่วนที่มาของ สสร. โดยนำแนวทางการได้มาของ สสร.ฉบับปี 2540 และความเห็นในชั้นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดที่แล้วมาพิจารณา เพื่อให้ สสร.ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ยึดในหลักการประชาธิปไตย และมีโอกาสจะผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา เพื่อพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีการแก้ไข จะมีการแถลงให้ทุกท่านทราบอีกครั้งหลังการปรับแก้แล้วเสร็จ

ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย

6/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองไทยมาสักระยะ ผมเห็นว่าการที่พรรคเพื่อไทยเลือกปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยนำแนวทางการได้มาของ สสร. ฉบับปี 2540 ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมกับการร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง และเป็นร่างที่มีความชัดเจนในหลักประชาธิปไตย ถือเป็นจุดที่น่าสนใจมาก จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยติดตามการเมืองมา พรรคที่เน้นความเชื่อมโยงกับประชาชนมักจะได้รับความไว้วางใจมากขึ้น การที่พรรคเพื่อไทยยอมรับฟังความเห็นของประชาชนและความเห็นของกมธ.ชุดก่อนหน้า และพยายามปรับร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับเสียงส่วนใหญ่ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มากขึ้น นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางการเมืองและความพยายามในการประนีประนอม ซึ่งในบริบทของการร่างรัฐธรรมนูญนั้น การได้ สสร.ที่ยึดโยงกับประชาชนจริงๆ จะช่วยให้ระบอบประชาธิปไตยมีรากฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้น และลดความขัดแย้งทางการเมืองในระยะยาว ส่วนตัวคิดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำแนวทาง สสร.ปี 2540 มาปรับใช้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนได้มากขึ้น และเพิ่มความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้คนสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ การติดตามความคืบหน้าของการแก้ไขร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่จะได้เห็นความจริงใจในการประชาธิปไตยไทยต่อไป