6 กรกฏาคม 2569
‘อนุทิน’ รับคะแนนโพลหาย ลั่น เราเคยป๊อปปูลาร์ แล้วคะแนนน้อยลง แสดงว่ามีปัญหาตรงไหน ต้องเร่งแก้! รับ รมต.สื่อสารไม่ดี ขู่ รมต.โลกลืม เดี๋ยวนายกฯ ลืมบ้าง-หลุด ครม.ได้ สั่ง รมต.กินลาบนักข่าว สร้างความคุ้นเคย
เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 6 ก.ค.69 ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจความคิดเห็นของ นิด้าโพล คะแนนของตัวนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยลดลง ว่า โพลเหมือนกระจกส่องตัวเอง วันนี้ต้องขอบคุณผู้ทำโพลและคนที่แสดงความคิดเห็น เราก็ต้องฟัง
“เราเคยป๊อปปูลาร์ แล้วคะแนนมันน้อยลง แสดงว่าต้องมีปัญหาตรงไหน เราก็ต้องแก้ไข เพราะตนสนใจโพลมาตลอด เพราะตนก็มาจากโพล 2% ตอนนี้โชคดีเหลือ 21% ก็อย่าให้ลงกลับไปที่ 2% ต้องเร่งทำให้กลับไปที่เดิม ซึ่งผลโพลที่ออกมา ไม่ได้บอกว่าต้องไปแข่งกับใคร เอาเป็นว่าจาก 26% แล้วลงมา 21% หายไป 5% ก็ต้องไปแก้ไข”
เมื่อถามว่า 5% ที่หายไปคิดว่าเป็นจุดใด นายอนุทิน กล่าวว่า คงหลายเรื่อง บางทีเราสื่อสารไม่ชัดเจน ไม่เต็มที่ คิดว่าประชาชนไม่ถือสาหาความ ก็อาจไม่ได้เน้นตรงนั้น ส่วนที่ดี ดันไม่สื่อสาร วันนี้ก็คอมเพลนไปหลายคน เพราะวันนี้จีดีพีก็โต เงินลงทุนต่างชาติก็เพิ่มมากขึ้น ตลาดหุ้นก็เสถียรขึ้นมาอยู่เหนือ 1,600 จุด เรื่องการจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศก็สูงขึ้น การเข้าสู่ OECD หลายประเทศก็ยืนยันสนับสนุนจากแทบทุกประเทศที่ได้พบ ทุกคนต่างเชื่อมั่นประเทศไทย ว่ามีอนาคตที่สดใส มีโอกาสที่ดีเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคและในโลกนี้ เพราะฉนั้นตอนนี้เรื่องที่เป็นภาระเรื่องที่ดึงให้เราถอยหลัง ก็พยายามสลัดมันให้ออก โดยกำจัดสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ และไปเน้นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจของประเทศให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า จะปรับกลยุทธ์สื่อสารกับประชาชนอย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า ต้องถือว่ายังสื่อสารไม่ดี ก็ต้องยอมรับ ต้องพยายาม ซึ่งวันนี้ตนก็เชิญรัฐมนตรีมาประชุมแทบทุกคน ถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืม นายกฯ ก็จะลืมบ้าง ถ้านายกฯลืม ก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาในคณะรัฐมนตรี ก็ต้องมานั่งคุยกัน แต่คณะรัฐมนตรีชุดนี้เพิ่งทำงานมา 2 เดือน การตัดสินใจหรือทำอะไรขึ้นมา เราต้องอธิบายเขาให้ได้ครบ สมมุติตนจะปรับคณะรัฐมนตรี จะให้ใครออก-ใครเข้า ไม่ใช่ผลัดกันเป็น ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม ตนต้องอธิบายเขาได้ว่า ทำไมถึงไม่ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป
เมื่อถามว่า ได้เตือนรัฐมนตรีกระทรวงที่โลกลืมไปแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เริ่มเตือนตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ก็จะเตือนอีก เพราะวันนี้มีเรื่องของโพลเข้ามา เดี๋ยวก็ต้องมีคนบอกว่าเรื่องโพลก็มักจะออกมาเช่นนี้ แต่ตนสนใจทุกโพล แม้เป็นโพลตามตำบลก็สนใจ เพราะถ้าเขาไม่สนใจ ไม่ติดตามเรา เขาก็จะให้คะแนนเราไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่ตนต้องไปพูด เพราะการสื่อสารของตน ไม่ใช่แค่กับประชาชน แต่ต้องสื่อสารกับทีมของตนว่า มันชักจะไม่ใช่ มันเป็นแบบนี้ตนก็ต้องบอก
ขณะที่พรรคร่วมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องรับผิดชอบในส่วนของเรา อย่างภูมิใจไทยมีรัฐมนตรี 27 คน ถ้าคนหนึ่งหมั่นสื่อสารก็ได้ 27 ข่าวแล้ว บางทีทำไมรัฐมนตรีไม่มีข่าวสื่อสารออกไป แต่มาสื่อสารกับตนอย่างเดียว ทุกคนทำงานหมด แต่ไม่สื่อสารออกไป เราก็ต้องให้เขาปรับปรุงตัวตรงนี้
เมื่อถามว่า จะใช้เวลาประเมินคณะรัฐมนตรีชุดนี้เท่าไหร่ นายอนุทิน ตอบว่า “ไม่นานหรอกครับ ก็มีหลักปฏิบัติอยู่ทั่วไป เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น อย่างที่ตนเรียน ตั้งใจทำงานแต่ทำงา นแล้วไม่ขยายความ ไม่สื่อสาร”
“ผมยืนยันว่ารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกคน ไม่มีใครอยู่เฉยอย่างแน่นอน แต่ต้องสื่อสารด้วย ต้องเป็นหลวงรอบรู้ ไม่ใช่ว่าทำงานเก่ง แต่ไม่พูดไม่จา ไม่สื่อสาร ทำคนเดียว อย่างนี้ก็ไม่ได้”
เมื่อถามว่า นายอนุทินรู้สึกเหมือนพูดอยู่คนเดียวในทุกๆเรื่องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ผู้สื่อข่าวก็ไปถามรัฐมนตรีคนอื่นบ้าง มัวถามแต่ผม ผมก็เกรงใจ พวกเราเหมือนพี่น้องกัน บางทีผมเดินหนีผู้สื่อข่าวไม่บอก ขึ้นรถไปผมก็นั่งปาดน้ำตาว่า วันนี้เราไม่ค่อยไนท์กับน้องๆ เลย ก็ไม่อยากเป็นอย่างนั้น แต่ก็ต้องดูว่างานอะไร หากเป็นเศรษฐกิจ ก็ถาม รมว.คลัง รมว.พาณิชย์ อย่างที่บอก พวกนั้นก็ไม่เคยไปกินลาบกับผู้สื่อข่าว มีแต่ผมไปกิน เดี๋ยวต้องให้เขาสร้างความคุ้นเคย”
เมื่อถามว่าในส่วนของประธานคณะกรรมาธิกา รของพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้ก็เหมือนทำงานกันคึกคักขึ้น จะมีโอกาสที่คนเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคการเมืองยิ่งใหญ่ ก็ต้องยิ่งให้สมาชิกได้แสดงฝีมือและผลงาน
เมื่อถามว่ายึดหลักอะไร หากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า ผลงานความสามารถความทุ่มเท
เมื่อถามย้ำว่า มีรัฐมนตรีที่เข้าข่ายต้องถูกเตือนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะให้ตนพูดตรงนี้ได้อย่างไร ตนเตือนก็เข้าห้องเย็นของตน
จากประสบการณ์การติดตามการเมืองไทยและบทบาทของรัฐมนตรีในช่วงเวลาที่ผ่านมาคะแนนพรรคภูมิใจไทยที่ลดลงนั้นสะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารกับประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์ของรัฐบาล โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารกระจายอย่างรวดเร็วผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น แต่หลายครั้งรัฐมนตรีเองก็ยังทำงานหนักแต่สื่อสารออกไปไม่ครอบคลุมหรือไม่ต่อเนื่อง จึงทำให้ภาพลักษณ์อาจดูเหมือนไม่ได้ทำงานหรือขาดความชัดเจน ส่วนการที่อนุทิน สั่งให้รัฐมนตรีไปสร้างความคุ้นเคยกับนักข่าว เช่นการกินลาบร่วมกัน นับว่าเป็นแนวทางที่ดีในการเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลกับสื่อมวลชน ที่จะช่วยให้ข่าวสารและผลงานรัฐมนตรีได้รับการเผยแพร่อย่างต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีตามผลงาน ความสามารถ และการสื่อสารอย่างชัดเจนจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและแรงจูงใจในการทำงานให้กับทีมงานรัฐมนตรีได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือรัฐบาลควรฟังเสียงประชาชนและวิเคราะห์กลไกการสื่อสารตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องและนำเสนอผลงานที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันคะแนนโหวตลดลงอีกและรักษาความไว้วางใจของประชาชนได้อย่างยั่งยืน
