เล่าสู่กันฟัง
ไม่มีใครอยากให้เกิดอะไรร้ายๆ
ย้อนกลับไปก่อนหน้าเหตุเกิดปนะมาณ7วัน ประมาณ3ทุ่มเด็กหนุ่มได้ออกไปทำธุระให้พ่อ ระหว่างทางที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปไแ้เจอลูกแมวดำตัวนึง เข่าซ้ายมีเลือดออกมาก เขาจึงรีบอุ้มไปวางไว้บนฟุตปาธเพราะเกรงว่ารถจะมาทับ ด้วยความที่ต้องไปทำธุระเลยพุดเปรยๆว่าช่วยได้เท่านี้นะแล้วปล่อยแมวไว้ข้างทาง
เช้าวันที่ฝนพรำๆ เด็กหนุ่มแย่งคนขับประจำทำหน้าท ี่ขับแทน พาคนงานไปทำงานด้วยกัน ในสภาพรถที่บรรทุกหนัก ล้อยางที่ไม่มีดอกยาง กับฝนที่พรำๆตลอดทาง ด้วยความที่กลัวจะไปทำงานสาย จึงขับด้วยความเร็วมาก ถนนสายธนบุรี-ปากท่อในสมัยนั้นแค่2เลนวิ่งสวนกัน
รถปิคอัพที่ขับมาด้วยความเร็วเกิดเสียการทรงตัว เด็กหนุ่มตกใจแตะเบรค ทำให้รถเหวี่ยงไปซ้ายขวาควบคุมไม่ได้พุ่งเข้าชนกับท้ายรถบรรทุกดั๊มพ์ ทำให้คนขับประจำกับช่างอีกคนหนึ่งเสียชีวิตส่วนตัวเองพวงมาลัยอัดกระแทกเต็มหน้าอกและเบรคมือรุ่นเก่าที่ใช้ดึงกระแทกเข้ารอยต่อระหว่างใต้หัวเข่ากับลูกสะบ้าที่ขาซ้ายแต่ยังคงพยุงตัวปีนออกมาจากรถ หลังจากขาเลืกชาความรู้สึกเจ็บและเดินไม่ได้มาแทน ต้องลากขาเดินข้ามถนนไปจะไปอีกฝั่ง พอดีมีรถ6ล้อบบรทุกมาจอดรับ แล้วพาไปจอดให้ไกลจากจุดเกิดเหตุ แล้วพูดคำเดียวกัน
“ช่วยได้แค่นี้นะจะไปธุระ“
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง มานั่งนึกย้อนไป อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ หรือเขามาเพื่อทดลองใจว่ามีเมตตาพอที่จะยังอยู่ทำประโยชน์ได้ต่อไปมั้ย ”บังเอิญหรือกำหนดมา“


















