Automatically translated.View original post

Everyone says it's expensive? 5 baht candy in this era

✨ suitable for: everyone who wants to have an extra income. Just do it. Low cost is very easy to sell. As a souvenir, it's delicious to eat.

Recommended: Sold by place, electric train, working friends

1/6 Edited to

... Read moreช่วงนี้เห็นคนถามกันบ่อยว่า “ขนมห่อละ 5 บาท” ยังขายได้ไหม หรือแพงไปในยุคนี้? จากที่ลองทำขายเป็นรายได้เสริมแบบต้นทุนต่ำ (ทำแผ่นเอง) บอกเลยว่ายังขายได้ค่ะ ถ้าทำให้ “ดูคุ้ม” และเลือกทำเลให้ถูก จุดสำคัญคือคนซื้อราคา 5 บาทไม่ได้คาดหวังของชิ้นใหญ่ แต่คาดหวังความอร่อย+หยิบง่าย+แพ็กสะอาด ไอเดียขนมขบเคี้ยว 5 บาทที่ขายง่าย - ขนมแผ่นกรอบ/แผ่นทอด ปรุงรสหลายแบบ (เผ็ด/ชีส/สาหร่าย) ทำแผ่นเองได้ ต้นทุนต่ำ - ขนมคลุกผงรส (เช่น ข้าวโพดอบกรอบ/เส้นกรอบ) แบ่งถุงเล็ก ๆ ให้เท่าๆ กัน - ของกรุบกริบแบบ “หยิบกิน” เหมาะกับวัยทำงานและนักเรียน ทริคแพ็กให้คนรู้สึกว่าไม่แพง - ใช้ถุงใสขนาดพอดี ใส่ให้ดูเต็มถุง (แต่ชั่งน้ำหนักให้คุมต้นทุน) - ติดสติ๊กเกอร์ชื่อรส/วันผลิต/ช่องทางติดต่อเล็กๆ ดูน่าเชื่อถือขึ้น - ทำ 2 ระดับ: 5 บาทสำหรับลองชิม + 10/20 บาทแบบคุ้ม (ขายเป็นเซ็ต 3 ถุง 10 บาทก็ช่วยเพิ่มยอด) ตั้งราคายังไงให้ “กำไรเท่าตัว” แบบไม่ฝืน - คิดต้นทุนต่อถุงให้ชัด: วัตถุดิบ + น้ำมัน/แก๊ส + ถุง/สติ๊กเกอร์ + เผื่อของเสีย - ถ้าขายส่ง ให้ตั้งราคาส่งที่ยังเหลือกำไร และกำหนดขั้นต่ำ (เช่น 50 ถุงขึ้นไป) - ถ้าทำเลคนเดินเยอะ ราคา 5 บาทเป็น “ตัวล่อ” แล้วใช้รสพิเศษ/ถุงใหญ่ดันกำไร ขายที่ไหนถึงจะเวิร์ก (ขายอะไรดีในหมู่บ้านเล็กๆ ก็ใช้ได้) - หน้า BTS/ป้ายรถเมล์/ทางเชื่อมออฟฟิศ: เน้นถุงเล็ก หยิบเร็ว จ่ายง่าย - ที่ทำงาน/เพื่อนร่วมงาน: ฝากวางตะกร้า+สแกนจ่าย เหมาะมากสำหรับรายได้เสริมง่ายๆ - ในหมู่บ้านเล็กๆ: ลองฝากร้านชำ/ร้านกาแฟ/หน้าบ้านช่วงเย็น หรือรับออเดอร์ในไลน์กลุ่มหมู่บ้าน สรุปคือ ขนมห่อ 5 บาทไม่แพงถ้าทำให้สะอาด น่ากิน และคุมต้นทุนดีค่ะ เริ่มจากทำจำนวนน้อย ทดลอง 2-3 รสก่อน แล้วดูว่าลูกค้าชอบแบบไหน ค่อยเพิ่มรสและทำขายส่ง/ขายปลีกต่อได้เลย