Automatically translated.View original post

Punch hit the punch! Very comparable. GPT-5 vs Gemini 2.5.

After OpenAI launched a new language model like the GPT-5 with a lot of new features, and it has improved to the extent that Sam Altman himself said that Filing was like using the iPhone Retina for the first time, so we asked for two championships in the AI industry, now between GPT-5 and Gemini 2.5, from Google, which AI is better for us?

# Trending # chatgpt # Lemon 8 Howtoo

2025/8/10 Edited to

... Read moreหลายคนพิมพ์หา “chat gpt 2.5” แล้วงงว่าเกี่ยวกับอะไร—ขอเคลียร์ก่อนเลยว่า “ChatGPT” เป็นชื่อแอป/บริการ ส่วน “Gemini 2.5” คือชื่อโมเดลฝั่ง Google ที่คนมักเอามาเทียบกับตระกูล GPT (เช่น GPT-5) ของ OpenAI ดังนั้นเวลาเจอคำว่า “ChatGPT 2.5” ในโซเชียล บางทีผู้พูดอาจหมายถึง “Gemini 2.5” หรือหมายถึง “รุ่น/แพ็กเกจ” ที่คุยกันแบบไม่เป็นทางการมากกว่า ไม่ได้แปลว่ามีโมเดลชื่อ ChatGPT 2.5 แบบเป็นทางการเสมอไป ถ้าคุณกำลังเลือกว่าจะใช้ GPT-5 หรือ Gemini 2.5 ดี ลองดูตาม “งานที่ทำจริง” จะตัดสินใจง่ายขึ้น: 1) งานวิเคราะห์เชิงลึก/สรุปเอกสารยาว จากที่ลองใช้แนวนี้ สิ่งที่ควรดูคือความนิ่งในการให้เหตุผล, การยึดตามบริบท (context window) และการอ้างอิงข้อมูลจากไฟล์/ข้อความที่เราให้ ถ้าคุณต้องโยนบันทึกประชุมยาว ๆ ให้สรุปเป็น bullet + action items ให้ลองทดสอบทั้งสองตัวด้วยไฟล์เดียวกัน แล้วดูว่าใคร “ไม่หลุดประเด็น” และใคร “ถามกลับ” ได้ฉลาดกว่ากัน 2) งานเขียนโค้ด แนะนำให้ลองโจทย์ 3 แบบ: (ก) เขียนฟังก์ชันใหม่ (ข) แก้บั๊กจาก error log (ค) รีแฟกเตอร์ให้อ่านง่าย พร้อมเขียนเทสต์ บางครั้งตัวที่เก่งอธิบายอาจไม่ใช่ตัวที่แก้บั๊กไวที่สุด ให้สังเกตด้วยว่า AI ตัวไหนอธิบายสาเหตุ + ข้อควรระวังได้ครบ และยอมรับเมื่อ “ไม่แน่ใจ” มากกว่ามั่วตอบ 3) สร้างภาพ/วิดีโอ และงานครีเอทีฟ ถ้าคุณเน้นทำคอนเทนต์ ให้ดูคุณภาพภาพที่ได้, ความสม่ำเสมอของคาแรกเตอร์, การทำตามสไตล์ที่สั่ง และความเร็วในการวนหลายรอบ (iterative) ฉันมักเริ่มจากให้ทำ moodboard/แนวทางก่อน แล้วค่อยให้แตกเป็นโพสต์จริง จะช่วยประหยัดเครดิต/เวลา 4) ถอดข้อความ/สรุปจากเสียง ถ้าคุณมีไฟล์เสียงประชุมหรือคลิปยาว ให้เทสต์ความแม่นของการถอดคำเฉพาะทาง (ชื่อคน/ศัพท์เทคนิค) และการจับหัวข้อประชุมเป็นช่วง ๆ แล้วสรุปเป็น timeline ว่า AI ตัวไหนทำได้ใกล้เคียงงานจริงมากกว่า 5) โหมด Agent + การเชื่อมต่อระบบอื่น จุดนี้สำคัญมากสำหรับสายทำงาน: ต้องดูว่าเชื่อมกับเครื่องมือที่คุณใช้ (เช่น Google Drive, Docs, Gmail, Calendar หรือระบบอื่น ๆ) ได้สะดวกแค่ไหน และมีขั้นตอนอนุญาต/ความปลอดภัยชัดเจนไหม ถ้าคุณต้องให้ AI ช่วย “ทำงานต่อเนื่องหลายขั้น” (เช่น อ่านไฟล์ → สรุป → สร้างตาราง → ร่างอีเมล) โหมด Agent จะมีผลกับความลื่นไหลมาก 6) ราคาเริ่มต้น/ความคุ้มค่า อย่าดูแค่ราคาต่อเดือน ให้ดูด้วยว่าโควต้าใช้งาน, ความเร็ว, และงานที่ต้องทำ “ต่อครั้ง” ใช้พลังมากแค่ไหน บางคนจ่ายถูกแต่ต้องทำซ้ำหลายรอบ สุดท้ายเสียเวลามากกว่า ทริกส่วนตัวเวลาเลือก: ฉันจะทำ “ชุดทดสอบ 10 นาที” ของตัวเอง (คำสั่งเดียวกัน 3-5 ข้อ) แล้วให้ทั้ง GPT-5 และ Gemini 2.5 ทำ จากนั้นให้คะแนนเรื่องความถูกต้อง ความชัด ความเร็ว และความสามารถในการโต้ตอบถามกลับ สุดท้ายเลือกตัวที่ชนะในงานที่เราทำบ่อยที่สุด—ไม่จำเป็นต้องมีตัวเดียว บางงานใช้ GPT-5 บางงานใช้ Gemini 2.5 ก็เวิร์กมาก