The print head pear line has problems.
Change the print head, it doesn't disappear. In fact, the "pear line" is broken!
> Before changing the new print head, remember to check the pear line first every time!
Because fixing a small spot could save thousands and tens of thousands of digits.
หลายคนเจออาการ “พิมพ์ไม่ออก/พิมพ์ขาดๆ หายๆ” แล้วคิดว่าเป็นที่หัวพิมพ์ทันที (โดยเฉพาะคนที่ค้นหาเรื่องหัวพิมพ์ Epson L1800 หรือเครื่องดอทอย่าง Epson LQ2190) แต่จากประสบการณ์ซ่อมที่เจอบ่อยมาก สาเหตุจริงกลับเป็น “สายแพรเครื่องปริ้น Epson” มีรอยขาด/ฉีก หรือหน้าสัมผัสสกปรก ทำให้สัญญาณไปหัวพิมพ์ไม่ครบ อาการที่มักชวนให้เข้าใจผิดว่า “หัวพิมพ์เสีย” - พิมพ์แล้วตัวหนังสือหายเป็นเส้นๆ หรือบางสี/บางเข็มไม่ทำงาน - พิมพ์ได้บ้างไม่ได้บ้าง ขยับฝาครอบ/ขยับชุดหัวพิมพ์แล้วอาการเปลี่ยน - เปิดเครื่องแล้วฟีดกระดาษปกติ แต่พิมพ์จริงออกมาว่าง/จางผิดปกติ - เปลี่ยนหัวพิมพ์ไปแล้ว “ไม่หาย” (เคสนี้เจ็บสุด เพราะเสียเงินฟรี) เช็คสายแพรแบบง่ายๆ ก่อนตัดสินใจซื้อหัวพิมพ์ 1) ปิดเครื่อง ถอดปลั๊กก่อนทุกครั้ง แล้วเปิดฝาครอบดูตำแหน่งสายแพร (มักเป็นแผ่นสายแบน/ริบบอนที่วิ่งจากบอร์ดไปชุดหัวพิมพ์) 2) ส่องดู “รอยพับ รอยถลอก รอยแตก” โดยเฉพาะช่วงที่สายแพรขยับตามการวิ่งของหัวพิมพ์ เพราะจุดนี้โดนงอซ้ำๆ จนลายวงจรขาดได้ 3) ถอด-เสียบสายแพรใหม่ให้แน่น (ระวังล็อกคอนเนกเตอร์) บางครั้งแค่หลวมก็ทำให้อาการเหมือนหัวพิมพ์พัง 4) ถ้าหน้าสัมผัสดำ/หมอง ให้เช็ดเบาๆ ด้วยแอลกอฮอล์ IPA และปล่อยให้แห้งสนิทก่อนประกอบกลับ สำหรับ Epson L1800: อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า “หัวพิมพ์ตัน/หัวพิมพ์เสีย” L1800 เป็นอิงค์เจ็ท อาการเส้นขาดอาจมาจากหัวพิมพ์ตันจริง แต่ถ้าอาการมาๆ หายๆ หรือเปลี่ยนตามการขยับสาย/ฝาครอบ ให้เผื่อใจไว้เรื่องสายแพรหรือจุดสัมผัสด้วย แนะนำทำ Nozzle Check ก่อน แล้วค่อยไล่เช็คฮาร์ดแวร์ทีละจุด จะช่วยลดความเสี่ยงซื้ออะไหล่แพงเกินจำเป็น ทริคประหยัด: ซ่อม “จุดเล็ก” ก่อนมักคุ้มกว่า สายแพรเป็นชิ้นส่วนที่ราคาถูกกว่าหัวพิมพ์มาก ถ้าคุณเช็คให้ชัวร์ก่อน จะช่วยเลี่ยงการเปลี่ยนหัวพิมพ์แบบไม่จำเป็น (ประหยัดได้ตั้งแต่หลักพันไปจนหลักหมื่น) โดยเฉพาะรุ่นที่อะไหล่หัวพิมพ์ราคาแรง ถ้าคุณอยากให้ชัวร์สุด แนะนำถ่ายรูปตำแหน่งสายแพร/อาการที่พิมพ์ออกมาเก็บไว้ แล้วค่อยไล่ตรวจทีละขั้น จะหาต้นเหตุได้เร็วขึ้นมาก