เมื่อปากซีดแล้วช่วงนี้ไม่มีตัง เจอลิปจิ๋วคนอื่นพอดี#LIPLOVER #มีมตลก #ຮັບຕົວແທນຈຳໜ່າຍ #ลิปจิ๋ว59 #ทีมงานคุณภาพ
ใครเป็นเหมือนกันบ้าง…ส่องกระจกแล้วเจอปากซีดจนหน้าเหมือนป่วย ทั้งที่นอนครบก็แล้ว กินน้ำก็แล้ว ก็ยังซีดอยู่ดี เราเลยรวม “วิธีแก้ปากซีด” แบบที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน + ทริคที่ช่วยให้รอดทันทีเวลารีบออกจากบ้าน (สายงบน้อยก็ทำได้) 1) เช็กก่อนว่าซีดเพราะอะไร (ของเรามักมาจาก 3 อย่าง) - ปากแห้ง/ลอก: พอผิวปากแตก แสงสะท้อนมันทำให้ดูหม่นและซีดกว่าเดิม - ลิปสติกเดิมติดสีไม่สม่ำเสมอ: ทาลิปซ้ำไปเรื่อยๆ แต่ไม่เคยเช็ดคราบเก่า สีจะดรอป - พักผ่อนน้อยหรือดื่มน้ำน้อย: ปากจะดูไร้เลือดฝาดง่ายมาก 2) วิธีแก้ปากซีดแบบเร่งด่วน (ทำก่อนแต่งหน้า 3 นาที) - ใช้ทิชชู่ชุบน้ำอุ่นโปะที่ปาก 10–20 วินาที แล้วค่อยๆ เช็ดคราบลอกออก (อย่าถูแรง) - ทาลิปบาล์มบางๆ รอให้ซึม 1 นาที แล้วซับส่วนเกินออกด้วยทิชชู่ ทริคนี้ช่วยให้ปากดูนุ่มขึ้น และเวลาทาลิปสีจะไม่ตกร่องจนดูซีดกว่าเดิม 3) สครับปากแบบไม่ทำร้ายผิว (สัปดาห์ละ 1–2 ครั้งพอ) ของที่หาได้ง่าย: น้ำผึ้ง + น้ำตาลเล็กน้อย (ขัดเบามากๆ แค่ 20 วินาที) แล้วล้างออก จากนั้นปิดด้วยบาล์มหรือวาสลีนบางๆ จะช่วยลดอาการปากลอกที่ทำให้ดูซีด 4) เลือกลิปสีให้ “ปากไม่ซีด” ทันที ถ้าปากซีดมาก แนะนำโทนที่ช่วยเติมเลือดฝาด: - ชมพูตุ่น/พีช/คอรัล - แดงก่ำแบบระเรื่อ (ทาเบลอๆ ก็รอด) หลีกเลี่ยงชั่วคราว: นู้ดน้ำตาล/ชมพูอ่อนมากๆ เพราะจะยิ่งทำให้หน้าดรอป 5) งบน้อยก็รอดด้วยทริค “ทาแบบไล่สี” ถ้ามีลิปแท่งเดียว ให้แตะสีไว้ด้านในปากก่อน แล้วใช้นิ้วเกลี่ยออกมาขอบปากเบาๆ ปากจะดูมีมิติ ไม่ซีด และดูเป็นธรรมชาติ 6) ถ้าปากซีดบ่อยผิดปกติ ถ้าซีดมาก เหนื่อยง่าย เวียนหัว หรือซีดทั้งริมฝีปากและใบหน้า อาจเกี่ยวกับภาวะขาดธาตุเหล็ก/เลือดจาง แนะนำลองสังเกตตัวเองและปรึกษาแพทย์นะ สุดท้ายขอปิดด้วยมีมในใจเราเลย: “เมื่อปากซีดแล้วเจอลิปจิ๋วคนอื่น… ME:” คือดีใจเหมือนเจอทางรอด ใครมีทริคแก้ปากซีดแบบประหยัดๆ มาแชร์กันได้นะ