ไทยประสานศรีลังกา ขอนำ ‘พลายประตูผา–พลายศรีณรงค์’ กลับบ้าน

📌🇹🇭🦣 “กระทรวง​ ทส. ประชุม 28 ต.ค.‼️ ประสานทางการทูตขอนำ ‘พลายประตูผา–พลายศรีณรงค์’ กลับบ้าน”

หลังมีเสียงเรียกร้องจาก “กลุ่มทวงคืนช้างไทย" – นายกฯ ไฟเขียวให้เริ่มดำเนินการผ่านช่องทางการทูต ด้าน “สุชาติ” เตรียมนำทีมผู้เชี่ยวชาญเยือนศรีลังกา

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมาย​จากนายสุชาติ​ ชม​กลิ่น​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2568

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น สืบเนื่อง​จากการเรียกร้อง​ของ “กลุ่มทวงคืนช้างไทยจาก” ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการติดตามสถานะของช้างพระราชทาน​ 2 เชือกคือ พลายประตูผาและ พลายศรีณรงค์ซึ่งรัฐบาลไทยมอบให้รัฐบาลศรีลังกาในฐานะทูตสันถวไมตรี

หน่วยงานที่ได้รับเชิญเข้าร่วมได้แก่

- สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)

- สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

➡️​ จากเอกสารเชิญประชุมระบุสาระสำคัญไว้ใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. การประสานความร่วมมือกับวัดผู้ดูแลช้างในประเทศศรีลังกา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการดูแลและเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันซึ่งเป็นรากฐานของมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

2. การติดตามและตรวจประเมินสุขภาพ​ รวมถึงสวัสดิภาพของช้างทั้งสองเชือก โดยจัดเตรียมทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานฯ และสถาบันคชบาลฯ เข้าร่วมประเมินในพื้นที่

3. การเจรจาในระดับรัฐบาลเพื่อขอนำช้างทั้งสองเชือกกลับมาดูแลสุขภาพในประเทศไทย หากมีความจำเป็น​ ภายใต้กรอบความร่วมมือทางการทูต โดยเคารพต่อมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

💬 ถ้อยแถลงของ “สุชาติ ชมกลิ่น”

ภายหลังนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบดำเนินการผ่านช่องทางการทูตอย่างเป็นทางการ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพย​ากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อม​ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

> 🦣🦣💢💢 “นายกฯ ไฟเขียว! ประสานความร่วมมือนำ ‘พลายประตูผา–พลายศรีณรงค์’ กลับบ้าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่าย เราหาทางร่วมกันในฐานะมิตรประเทศที่ดีครับ” 🦣🦣💢💢

His Excellency the Prime Minister has directed the initiation of collaborative coordination regarding the matter of ‘Plai Pratu Pha’ and ‘Plai Sri Narong,’ with the earnest hope of receiving gracious cooperation from all parties concerned, so that we may identify mutually beneficial solutions together in the spirit of our enduring friendship between nations.

“ผมเตรียมการเดินทางไปศรีลังกา พร้อมปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานฯ นำทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปเยี่ยมเยียนและตรวจสุขภาพพลายทั้งสองเชือก พร้อมพูดคุยกับทีมดูแลในพื้นที่เพื่อติดตามความเป็นอยู่ ในฐานะมิตรประเทศที่ช่วยเหลือกันมาอย่างยาวนาน

เรื่องของ ‘พลายประตูผา’ และ ‘พลายศรีณรงค์’ อยู่ในใจของคนไทยทุกคน ผมจึงได้เข้าหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี และท่านให้ความเห็นชอบให้เริ่มประสานงานผ่านช่องทางการทูตอย่างเป็นทางการ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมร่วมกัน

ขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ที่ช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวก รวมถึงเตรียมความพร้อมในการเจรจากับฝ่ายศรีลังกา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินการครั้งนี้"

#ช้างไทยในศรีลังกา#พลายศรีณรงค์#พลายประตูผา #ป่าลั่นความจริง

2025/10/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประเด็นของการประสานงานระหว่างไทยและศรีลังกาที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นตัวอย่างความสัมพันธ์ทางการทูตที่แข็งแกร่งและแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในการดูแลสิ่งมีชีวิตสำคัญอย่างช้างพระราชทาน พลายประตูผาและพลายศรีณรงค์ ซึ่งถูกมอบเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างสองประเทศ การมีทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านช้างจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมประเมินสุขภาพ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับวัดผู้ดูแลช้างในศรีลังกา นับเป็นการร่วมมือที่สร้างความเข้าใจและความเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อให้การดูแลช้างทั้งสองเชือกเป็นไปอย่างดีที่สุดและสอดคล้องกับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์สากล การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแค่เป็นการตอบสนองความต้องการของกลุ่มทวงคืนช้างไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลไทยในการรักษามรดกและอนุรักษ์สัตว์ป่าให้คงอยู่กับคนไทยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การเจรจาในระดับรัฐบาลยังช่วยสร้างบรรยากาศเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเคารพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย การเดินทางของทีมผู้เชี่ยวชาญนำโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปยังศรีลังกา จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะดูแลพลายประตูผาและพลายศรีณรงค์อย่างใกล้ชิด พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการอนุรักษ์ช้างและสัตว์ป่าที่สำคัญ การดูแลสุขภาพและติดตามความเป็นอยู่ของช้างสองเชือกนี้จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของประชาชนไทยและช่วยกระชับมิตรภาพระหว่างไทยกับศรีลังกาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น