Automatically translated.View original post

Rental room trouble. Landlord. Mean. 😢🥺💔

The story of the story is very pity for the sister. Lately, the younger mental health is broken and the mind is gone.

Because you rented a house, which, if you talk about just "the house," is very good and pleases everything.

But the broken world problem now faces is that "homeowners" are fussy and far beyond their number.

I like to find things smooth and come to the room a lot, and I recently claimed to check the water pipes and see all these things.

He came in until he was completely paranoid and awkward. The house that should have been the Safe Zone became an unsafe place.

I just understood the words "Find a good rental house. It's as bad as finding a good landlord." I appreciate it today.

When you find a house that is very okay, but you have to meet the landlord, this behavior is really unbearable.

Now my sister is paranoid all the time. I don't know when he will open the door. Pity you.

I talked, I said it well, but it's still the same. So, is this the money we're paying rent or the living room?

Really tired. Has anyone ever met a landlord like this? Is there a good way to cope? Recommended?

Or think you should cut it off. Endure the contract and move away to find a new place. 🥺💔

# Lemon 8 invites # Life problems

♪ Let the house rent # The parable of buying a house ♪ Rental house

5/19 Edited to

... Read moreถ้าเจอ “เจ้าของบ้านเข้าห้องบ่อย” หรือชอบอ้างว่ามาตรวจท่อน้ำ/มาดูนั่นนี่จนเราระแวง บอกเลยว่าไม่ได้คิดมากค่ะ เราเคยเจอใกล้เคียงกัน ช่วงแรกก็พยายามใจเย็น แต่พอเริ่มกระทบความเป็นส่วนตัวและสุขภาพจิต ต้องตั้งหลักให้ดี เพราะบ้านเช่าควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยจริงๆ สิ่งที่เราแนะนำให้ทำแบบเป็นขั้นๆ (เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลาย) คือ 1) ตั้ง “กติกาการเข้าห้อง” ให้ชัดตั้งแต่วันนี้ ทักเป็นข้อความ/ไลน์ไว้เลยว่าขอให้แจ้งล่วงหน้ากี่ชั่วโมง (เช่น 24 ชม.) ระบุช่วงเวลาที่สะดวก และขอให้เข้าห้องได้เฉพาะกรณีจำเป็นจริงๆ พร้อมมีผู้เช่าอยู่ด้วย การคุยด้วยข้อความสำคัญมากเพราะเป็นหลักฐาน ไม่ใช่แค่คุยปากเปล่า 2) ทุกครั้งที่เจ้าของบ้านขอเข้าห้อง ให้ถาม 3 อย่าง: ทำอะไร? ใช้เวลานานแค่ไหน? ใครเข้ามาบ้าง? ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ช่วยกรองได้เยอะค่ะ ถ้าคำตอบคลุมเครือหรือเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ให้ขอเลื่อนเป็นวัน-เวลาที่เราว่าง หรือขอให้ส่งช่างพร้อมใบงาน/รูปปัญหาก่อน 3) เก็บหลักฐานแบบสุภาพ ถ้ารู้สึกว่ามีการเข้ามาโดยไม่แจ้ง เก็บบันทึกวันเวลา แชต รูปสภาพห้องก่อน-หลัง หรือกล้องภายในที่หันเข้าหาประตู/มุมที่ไม่ละเมิดใคร (เช็กกติกาอาคารด้วย) จุดประสงค์คือปกป้องตัวเอง ไม่ใช่จะเอาเรื่องใครทันที 4) เช็กสัญญาเช่า: คีย์เวิร์ดคือ “การเข้าตรวจ/ซ่อมบำรุง” หลายสัญญาจะเขียนกว้างๆ ว่าเจ้าของบ้านมีสิทธิเข้าตรวจ แต่ปกติควรเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลและควรมีการแจ้งล่วงหน้า ถ้าในสัญญาไม่ชัด ให้ทำ “ข้อตกลงเพิ่มเติม” เป็นข้อความสั้นๆ แนบท้ายได้ เช่น ขอให้เข้าห้องได้เมื่อผู้เช่าอยู่เท่านั้น 5) ถ้าทำแล้วไม่เปลี่ยน: เริ่มวางแผนย้ายอย่างมีระบบ สุขภาพจิตสำคัญกว่า “บ้านสวย” ค่ะ ถ้าเริ่มนอนไม่หลับ หวาดระแวงตลอดเวลา ต่อให้ห้องดีแค่ไหนก็ไม่คุ้ม ลองคำนวณค่าเสียหายหากย้ายก่อนครบสัญญา เทียบกับผลกระทบที่ต้องทนอยู่ต่อ แล้วค่อยตัดสินใจแบบไม่รู้สึกผิด 6) ทริกตอนหาที่ใหม่ (โดยเฉพาะคนที่เล็งแบบห้องแถว 3 ห้อง) ถ้าคุณกำลังดู “แบบห้องแถว 3 ห้อง” หรือห้องเช่าที่แบ่งหลายยูนิตในแปลงเดียวกัน ให้สังเกต 4 จุด: (1) เจ้าของอยู่ใกล้แค่ไหน (อยู่ติด/อยู่หลังเดียวกันมักเจอบ่อย) (2) มีมิเตอร์น้ำไฟแยกชัดไหม (3) กติกาการเข้าออก/กุญแจสำรอง (4) ลองคุยกับผู้เช่าข้างๆ ว่าเจ้าของเข้มแค่ไหน บางทีคำตอบจากเพื่อนบ้านช่วยเซฟเราได้มาก สุดท้าย ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกดดันเหมือน “แย่แล้ว! ผมโดนผู้เช่าบ้านรุมล้อม” หรือกลับกันคือผู้เช่าถูกเจ้าของบ้านกดดัน ให้ยึดหลักเดียวกันคือสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งขอบเขต และให้ความปลอดภัย/สุขภาพใจมาก่อนค่ะ