tarot 7 นิยาย ((ความเจ้าชู้)) ((กำแพงหนา))

คุณคิดว่าความเจ้าชู้ เกิดจากอะไร ไม่ลงหลักปักฐาน

เราลองเล่าแบบ เพิ่มเลเวลได้ไหม

level 1

ทุ่มเทความรัก สร้างอนาคต วาวแผนให้คนที่รักอยู่ในกรอบความมั่นคงที่สุด สุดท้ายคนที่รักจากไป เหตุผล ไม่ใช่เพราะว่าเค้าทำอะไรผิด แต่ คนนึง รู้สึกว่า เค้าไม่คู่ควร ไม่รู้จะทำยังไงให้คู่ควร และกังวลต่อสายตารอบข้าง ว่าจะทำให้คนที่รักดูไม่ดี>> ถอย

level 2

ทุ่มเทความรักอีกครั้ง ปิดจุดอ่อนให้หมด ยอมทุกอย่าง ง้อทุกสิ่ง ให้ทุกอย่าง

แต่รักครั้งนี้จบลง เพราะ คนนึงมาเพื่อรับ เพื่อความมั่นคง เพื่อเงิน และรักการควบคุม เค้ารู้จุดอ่อนอีกฝ่ายทุกอย่าง เค้าวางแผนอย่างดี เหมือนจะรักเหมือนจะซัพพอร์ต เหมือนจะเป็นครอบครัว เหมือนจะได้แต่งงานกัน แต่ก็ได้แค่เหมือน

ปมของคนที่ทำคือ เค้ามีความรู้สึกว่า การควบคุมทุกอย่างในมือได้ จะทำให้รู้สึกปลอดภัยที่สุด ถ้าเราไม่แย่งมา คนอื่นก็ทำอยู่ดี

level 3

คนเข้าหาเพราะแพ้ทาง แพ้หน้าตา แพ้เงิน แพ้รวย

ดังนั้นการคุยลับหลังก็จะสูง เพราะคนเข้าหาส่วนมากก็ต้องหน้าตาดี และความมั่นใจสูงเหมือนกัน

แล้วความหล่อ ความสวยบนโลกนี้คือดึงคนหน้าตาดีให้เข้าหากันจริงนะ

ปัญหาคือ หน้าตาคือสัจธรรม พอโทรมลง คนก็จากไป

เจอหล่อกว่าก็จากไป

-----------------

คำถามคือเรื่องนี้ใครผิด

-----------------

แต่ถ้าเรารักใครสักคน เราไม่มีความเป็น Basic love

เราครึ่งๆกลางๆ เราก็จะเจอคนครึ่งๆกลางๆเหมือนกัน

ถ้าเรายอมแลก การใช้วิธีแบ่ง % แบบกั๊กๆ

ก็เป็นวิธีที่ดี

แต่... ตอนเจ็บ เราก็เจ็บเลเว่ลเดิมนะ

เพราะเมื่อไรที่เรามีความรัก ... สิ่งที่จะตามมาก็คือความหวัง พอเราผิดหวัง ไม่ว่าจะเสียไปมากหรือน้อย เราก็โดนลากกลับไปที่จุดเริ่มต้นอยู่ดี

-------------

แต่การจริงใจกับคนอื่น ทำให้เราไม่ค้างคากับใครนะ

ไม่ค้างคากับตัวเองด้วย ไม่มีวันเสียใจที่เป็นคนดี

แค่เสียดายเวลา เสียน้ำตา

แต่ว่าการที่เราเป็นคนดี เราเชื่อถือได้

คนรอบข้างเห็นนะ

ความรักจากคนเดียว vs ความรักจากคนรอบข้างที่เหลืออยู่

---------------

คนที่ทำไม่ดีกับเรา เค้าอาจจะไปได้ดีในทางของเค้านะ

พูดแบบเจ็บใจ

--------------

แต่ถ้าเราทำตัวไม่ดี บาปนั้นเราก็ต้องรับไว้นะ

เพราะเราไปทำกับคนใหม่ คนใหม่ก็แช่งเรา

ไม่ว่าปมหรือความเสียใจ เราจะเป็นอะไร

แต่คนใหม่ไม่รู้เรื่อง

--------------

กำแพงไม่หนาหรอก แต่เราเจอคนที่จะทำให้กำแพงนั้นพังไปเองไหมล่ะ

แล้วคนที่เข้าหาคนอื่น เพื่อหวังพังกำแพงนั้นลง

จริงใจแค่ไหน

เป็นความจริงใจ หรือ การลงทุนระยะยาว

---------------

ถ้าคุณไม่ได้จริงใจ แล้วคนที่เค้ารับไว้ มองเห็นทุกอย่าง

แค่ไม่ได้พูดออกมา การที่คุณตะโกนหรือพูดว่า

เป็นแบบนี้ไง คนอื่นถึงปิดใจหมด

คุณพูดได้ถูกต้องขนาดไหนกัน

---------------

เราเองก็ไม่ได้บอกว่าคนเจ้าชู้ดีนะ

เราเองก็ต้องเคารพตัวเอง

เราแค่อยากเปิดมุมมองให้กว้างขึ้นเฉยๆ

☺️

-----------------

เราเคยเจอ คนส่งเพลงมาให้ คนที่ทำตัวเจ้าชู้

ไม่ลงหลักปักฐานกับใครสักคน

เค้าหล่อมาก เค้าคิดว่าเค้าคุมเกม

แต่เอาจริงนะ พฤติกรรมเล็กๆน้อยๆของคน

บอกได้หมดเลยว่าที่มาที่ไปของพฤติกรรม

น่าจะมาจากปมหรือการขาดแคลนข้อไหน

บางคนเลยฉวยโอกาสแก้ปมข้อนั้น

แล้วทำตัวเป็นที่พึ่งให้เเบบเนียนๆ ย้อนศร

เพื่อที่จะชนะใจ รู้จักรัก รู้จักคอย รู้จักพูด

ดังนั้นสำหรับเราแล้ว ความรักน่ากลัวที่สุด

ต่อให้ไม่ใช่คนมีปม เป็นคนสดใสร่าเริง เเต่ถ้าเรารู้จักใครสักคนนึง ยังไงเค้าก็ต้องรู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน

บางคนยอม ไม่ใช่เพราะว่าไม่รู้

แต่ยอมเพราะคำว่ารัก.. คำเดียวเลย

แล้วพนันเอา.. เพราะคิดว่าจะเปลี่ยนได้ในสักวัน

จริงๆเป็น Basic love นะ

แล้วธรรมชาติของความรัก จะไม่หยุดทำ

จนกว่าความรักนั้นจะสิ้นศรัทธาลง

เดิยออกง่ายหรือยาก ขึ้นกับว่ารักไปแล้วแค่ไหน ด้วยนะ

บางที.. ไม่ได้ขึ้นกับโง่หรือว่าฉลาดหรอก

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประสบการณ์ส่วนตัว ผมมองว่าความเจ้าชู้ไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป แต่เป็นผลลัพธ์จากปมในใจและสถานการณ์รอบตัวที่ต่างกัน การที่ใครสักคนไม่ลงหลักปักฐาน หรือสร้างกำแพงหนาแท้จริงแล้วอาจเกิดจากความกลัวการถูกปฏิเสธหรือการบาดเจ็บทางใจที่เคยเจอมาก่อน ระดับแรกมักเป็นคนที่ทุ่มเทให้เต็มที่ พยายามสร้างความมั่นคงให้คนรัก แต่กลับรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองจนต้องถอยออกมา ซึ่งผมเชื่อว่าการขาดความมั่นใจนี้คือสัญญาณเตือนว่าเราควรเติมเต็มความรักและการยอมรับตัวเองก่อนจะรักใครอีก ระดับที่สองนั้น กลับเป็นการให้เต็มที่อีกครั้งแต่ต้องเจอกับคู่รักที่ตั้งใจควบคุมและหวังประโยชน์ จนความรักนั้นดูเหมือนแค่ภาพลวงตา ซึ่งจากสิ่งนี้ สอนให้รู้ว่าความสัมพันธ์ไม่ได้หมายความว่าจะจบที่แค่ความรัก แต่ยังเป็นเรื่องของความจริงใจและการเคารพซึ่งกันและกันด้วย มาถึงระดับสาม คือคนที่เข้าสู่ความสัมพันธ์ด้วยแรงดึงดูดภายนอก เช่น หน้าตาหรือฐานะ ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่เปราะบางและสั่นคลอนตามกาลเวลา เพราะพอรูปลักษณ์จางลง ผลที่ตามมาก็คือการจากไปของคนที่ไม่ตั้งใจจริง สิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้คือ "กำแพงไม่ใช่สิ่งที่แข็งแรงเสมอไป" แต่การเจอคนที่ใช่จะช่วยพังกำแพงนั้นลงได้ด้วยความจริงใจจริงๆ ทั้งนี้ ความรักไม่ใช่เกมที่ใครจะชนะใครเสมอไป แต่เป็นการเดินทางเพื่อเรียนรู้ตัวเองและคนอื่น ผมเคยเห็นคนที่ออกแบบความรักเหมือนเกมคนควบคุม แต่พฤติกรรมและท่าทีเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เห็นต้นตอของปมใจที่แท้จริง ผมจึงเชื่อว่าการเข้าใจตัวเอง คือกุญแจสำคัญที่จะพาออกจากวังวนความเจ้าชู้ ทั้งยังช่วยให้เราพร้อมเปิดใจรับความรักที่แท้จริงเมื่อถึงเวลา สุดท้ายแล้ว ความรักไม่ว่าจะเริ่มจากไหน จะเต็มไปด้วยความหวังและความเจ็บปวด แต่การเป็นคนดีและซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองไม่เคยเป็นเรื่องเสียหายเลย แม้ว่าบางครั้งเราต้องเจ็บปวด หรือเสียเวลาไปบ้าง นั่นคือบทเรียนที่ทำให้เราเติบโต และพร้อมสำหรับรักที่แท้จริงในอนาคต