หายไป.. เพื่อให้เค้าคิดถึง
ถ้าใช้เล่เหลี่ยมครั้งนึง ก็ต้องใช้ตลอดไปรึเปล่า
ถ้าวันนึงใช้วิธีเดิม แล้วเค้าขี้เกียจเล่นด้วยล่ะ
ชีวิตที่มูฟไปข้างหน้า
ชีวิตที่ขาดเทคโนโลยีแทบไม่ได้
เพราะเป็นส่วนนึงของการทำมาหากินไปแล้ว
พวกแกจะทิ้งตัวเอง
ให้หยุดนิ่ง
เพื่อสิ่งที่ไม่หยุดนิ่ง
ที่เ ราต้องใช้วิธีการแลกมาจริงๆเหรอ
พวกแกกำลังเมนิเฟส
แบบไหนอ่ะ
อย่าลืมมานิเฟสถึงตัวเองนะ
อย่างน้อยๆชีวิตที่อาบน้ำแล้วคิดเรื่อยเปื่อย
วันนี้จะกินอะไรดี
จะทาครีมอะไรดี
จะดูหนังเรื่องอะไรดี
ข้าววันนี้อร่อยจัง
ก็ยังดีกว่าชีวิตที่... นอนอยู่บนเตียง
จ้องหน้าจอโทรศัพท์
ไม่มีแรงจะทำอะไรทั้งนั้น
อย่าทอดทิ้งตัวเอง
อย่าดึงความเหนื่อยเข้าชีวิต
อย่าดึงการตั้งคำถามตลอดเวลา เข้ามาในชีวิต
ขอให้มีความสุข สดใสทุกวัน
เหมือนในวิดีโอดีๆที่พวกแกชอบถ่ายกัน
ยิ้มดิ
😁
ในยุคที่ทุกอย่างเดินเร็วและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิต เราอาจรู้สึกว่าต้องขาดตัวเองหรือหยุดนิ่งเพียงเพื่อให้คนอื่นคิดถึง หรือเพื่อรักษาความสัมพันธ์บางอย่างไว้ แต่จากประสบการณ์ตรง ผมพบว่าการให้เวลากับตัวเองและการไม่ยึดติดกับวิธีเดิม ๆ เป็นสิ่งสำคัญมาก บางครั้งการเลือก "หายไป" แบบมีสติและตั้งใจ ไม่ใช่เพื่อหนีหรือเล่นเกมกับความสัมพันธ์ แต่เป็นการให้พื้นที่ตัวเองได้เติบโตและค้นหาคุณค่าที่แท้จริงที่อยาก manifest ในชีวิต เช่น การกลับมาถามตัวเองเรื่องเล็ก ๆ รอบ ๆ ตัว เช่น วันนี้จะทาครีมอะไร หรือจะดูหนังเรื่องไหนดี เหล่านี้คือการเติมเต็มความสุขเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นหรือเทคโนโลยีมากจนเกินไป ผมเชื่อว่าการ manifest ในบริบทนี้ไม่ได้หมายความเพียงแค่การขอให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น แต่คือการสร้างพื้นที่ของความสงบและความสุขที่แท้จริงในชีวิตประจำวัน การยอมรับว่าการเหนื่อยล้าหรือการตั้งคำถามบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญคือไม่ปล่อยให้มันทำร้ายจิตใจจนหยุดนิ่ง ที่สำคัญที่สุดคือการไม่ทอดทิ้งตัวเอง ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เราควรทำให้ตัวเองสดใสและยิ้มได้เหมือนในวิดีโอหรือภาพถ่ายที่เราชอบแชร์กับผู้อื่น เพราะรอยยิ้มและความสุขที่แท้นี่แหละที่จะช่วยดึงดูดสิ่งดี ๆ ให้เข้ามาในชีวิตอย่างแท้จริง สุดท้ายนี้ การดูแลตัวเองและตั้งใจ manifest ชีวิตในแบบที่เราต้องการ เป็นเรื่องที่ควรทำควบคู่กันไป เพราะเมื่อใจเราแข็งแรง ชีวิตรอบตัวก็จะสดใสตามมาอย่างแน่นอน
