👟 รีวิว Puma Speedcat แบบใช้จริง
เป็นรองเท้าผ้าใบที่เรารู้สึกว่าแมตช์ลุคง่ายกว่าที่คิดนะ จะใส่กับลุคหวาน ๆ แล้วให้รองเท้าช่วยตัดเพิ่มความเท่ก็ได้ หรือจะไปทางเท่เลยก็ยังรอด เป็นคู่ที่หยิบมาใส่ง่ายในหลายโอกาส
เราเคยใส่คู่นี้ไปสิงคโปร์วันนึง เดินตั้งแต่สนามบินไปโรงแรม แล้วก็ออกไปเที่ยวต่อทั้งวัน รวม ๆ แล้วเกิน 20,000 ก้าวได้ สำหรับเราคือ “เดินไหว” เลย รองเท้าซัพพอร์ตโอเค ไม่ได้กัดหรือท ำให้เจ็บเท้า
ตอนแรกเราใช้สีแดง สีเด่น สวยแต่แมตช์ยากในบางโอกาส เลยตัดสินใจเลือกสีดำเพิ่ม (ซึ่งได้มาเป็นของขวัญวันรับปริญญา) ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าแมตลุคได้ง่ายกว่า
หลังจากนั้นลองใส่ไปเดินสวนสาธารณะอีกครั้ง ก็ยังรู้สึกว่าเดินได้เรื่อย ๆ ซัพพอร์ตเท้าโอเคเหมือนเดิม แต่จะมีจุดนึงที่รู้สึกชัดคือเรื่องระบายอากาศ ถ้าไม่ใส่ถุงเท้าจะมีความอับนิดนึง แนะนำว่าใส่ถุงเท้าควบคู่จะสบายกว่า (วันนั้นทีไปเดินสวนเราไม่ได้ใส่ถุงเท้า เลยรู้สึกอับที่เท้า)
การดูแล สำหรับเรามองว่าไม่ได้ยากมาก ใช้วิธีซักแห้งเป็นหลัก แต่สีแดงตอนขัดครั้งแรกมีลอกออกนิดนึง ส่วนสีดำยังไม่ได้ลองขัด
รวม ๆ ถ้าใครมองหารองเท้าที่ทั้งเอาไว้แมตช์ลุคและใส่เดินได้จริง คู่นี้ถือว่าโอเคเลย แค่ใส่ถุงเ ท้าด้วยจะช่วยให้ใส่สบายขึ้นเยอะ
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่ารองเท้า Puma Speedcat เหมาะกับคนที่ต้องการรองเท้าผ้าใบที่หลากสไตล์และใช้งานได้จริง ไม่เพียงแค่สวยเท่แต่ยังให้ความรู้สึกสบายเมื่อใส่เดินนาน ๆ เช่น ในทริปที่ผมเดินสิงคโปร์ครั้งหนึ่งซึ่งเกิน 20,000 ก้าวก็ไม่รู้สึกทรมานตรงเท้าเลย อีกเรื่องที่สำคัญคือเรื่องการระบายอากาศ โดยเฉพาะเมื่อใส่แบบไม่ใส่ถุงเท้า อาจรู้สึกอับชื้นและไม่สบายเท้าได้ ดังนั้นผมแนะนำให้ใส่ถุงเท้าควบคู่รองเท้า Puma Speedcat เพื่อช่วยลดความอับและช่วยดูดซับเหงื่อ ทำให้เดินได้นานขึ้นโดยเท้าไม่อับชื้น สำหรับการดูแลรักษา ผมเลือกใช้วิธีซักแห้งเพราะสะดวกและไม่ทำให้รองเท้าช้ำมากนัก โดยเฉพาะรองเท้าสีน้ำเงินหรือสีเข้มที่ดูแลง่าย แต่สำหรับรองเท้าสีอ่อนหรือสีแดงที่ผมเคยใช้ อาจต้องระวังเรื่องสีลอกเวลาที่ขัดทำความสะอาดครั้งแรก สุดท้ายนี้ ใครที่กำลังมองหารองเท้าผ้าใบที่ใช้งานได้จริงแต่ยังดูดี สามารถแมตช์กับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ ขอแนะนำ Puma Speedcat เพราะรองเท้าคู่นี้ตอบโจทย์ได้ดีทั้งเรื่องดีไซน์และความสบายในการเดินจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน


