Automatically translated.View original post

Effects of stress

Immediately. 👇

😌 stress... a silent enemy that destroys physical and mental health.

In this fast-spinning world, stress unknowingly becomes a close friend of many.

But do you know how chronic stress affects our health and those around us?

Effects on the body

• Increased heart disease risk, high pressure

• Immune fall, easy to get sick

• Headaches, aches, insomnia

• Abnormal up-down weight

• Gastrointestinal problems

Impact on the mind

• Anxious, depressed

• Reduced concentration and memory

• Mood swings and irritability

• Burnout is out of fire.

It's not just us... people are affected.

When we lose control of our emotions, our loved ones may be stressed or inadvertently receive negative energy from us.

How to cope easily every day

1. Breathe deep. 4-7-8

2.Exercise 20-30 minutes

3. Enough sleep 7-9 hours

4. Drain with trusted people

5.Do something like + Mindfulness

Most important: If you or someone close to you is so stressed that it affects your daily life, do not hesitate to seek help from a psychiatrist or psychologist. ❤️

Take care of yourself first, and your physical health and those around you will follow.

Are you stressed? Share it. We'll figure it out. 💪

# Stress # Mental health # MentalHealth # SelfCare # Burnout# LemonEgg

5/13 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัว ความเครียดนั้นไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึกที่ส่งผลต่ออารมณ์เท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพกายอย่างชัดเจน เช่น การปวดหัวเรื้อรัง นอนไม่หลับ จนทำให้ระบบร่างกายทำงานผิดปกติ เคยสังเกตว่าตอนที่เครียดมาก จะมีอาการปวดท้องหรืออาหารไม่ย่อยตามมา ซึ่งสอดคล้องกับความรู้เรื่องผลกระทบต่อกระเพาะและลำไส้ที่กล่าวไว้ในบทความ นอกจากนี้ก็มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ง่ายต่อการเป็นหวัดหรือโรคอื่นๆ วิธีที่ช่วยคลายความเครียดได้จริง ๆ สำหรับผมคือการฝึกหายใจลึก 4-7-8 เพราะเป็นวิธีที่ทำได้ทุกที่และช่วยให้ใจสงบลงมาก การออกกำลังกาย 20-30 นาที เช่น เดินเร็วหรือเล่นโยคะ ช่วยปลดปล่อยพลังงานลบและเพิ่มสารเซโรโทนินที่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น ช่วงที่นอนไม่หลับ การตั้งเวลาเข้านอนให้นอนให้ครบ 7-9 ชั่วโมงก็มีผลอย่างมากในการฟื้นฟูทั้งกายและใจ อีกสิ่งที่สำคัญมากคือการพูดคุยระบายความในใจกับคนที่ไว้ใจได้ บางทีแค่ได้แชร์ปัญหาหรือความกังวลก็ช่วยลดความเครียดและอาการวิตกกังวลได้มากขึ้น นอกจากการดูแลตัวเอง การฝึกสติ (Mindfulness) ด้วยการรับรู้ความรู้สึกในปัจจุบันและไม่ตัดสินตัวเอง ช่วยลดภาวะหมดไฟ (Burnout) ได้อย่างได้ผล และเมื่อพบว่าความเครียดเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง ไม่ควรลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพราะหลายครั้งการได้รับคำปรึกษาหรือการบำบัดอย่างมืออาชีพ จะทำให้มีเครื่องมือและวิธีรับมือความเครียดในระยะยาวได้ดีกว่าการพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว สุดท้ายอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าความเครียดไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัวหรือหลีกเลี่ยงไปโดยสิ้นเชิง แต่เราต้องเรียนรู้วิธีรับมืออย่างมีสติและใส่ใจสุขภาพใจควบคู่ไปกับสุขภาพกาย เพราะเมื่อใจดี สุขภาพกายและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็จะดีตามมาอย่างแท้จริง