ปุถุชนย่อมไม่พ้นนรก
พระพุทธเจ้า พุทธวจน วัดนาป่าพง พระอาจารย์คึกฤทธิ์
ตอนที่ได้ฟัง “พระพุทธวจน” แนววัดนาป่าพง (ที่ย้ำให้ฟังตรงจากคำพระพุทธเจ้า) ประโยคที่กระแทกใจมากคือภาพของ “ปุถุชน” ที่ทำความดี ทำบุญไม่ขาด แต่ยังอาจ “ไม่พ้นนรก กำเนิดเปรตวิสัย” ได้ ถ้ายังไม่รู้จักวางความเห็นของตัวเอง แล้วหันมาฟังคำตถาคตอย่างจริงจัง สิ่งที่ผมเคยเข้าใจผิด (และคิดว่าหลายคนก็เป็น) คือเอา “เกณฑ์ของเรา” มาตัดสินว่าแค่นี้พอแล้ว เช่น เราเป็นคนดี ไม่ทำร้ายใคร เข้าวัดตักบาตร ถวายสังฆทาน ทำกฐิน ทำผ้าป่า ก็รู้สึกว่าเส้นชัยอยู่ตรงนี้ แต่ในพระพุทธวจนเหมือนโดนถามกลับว่า “ความพอของโยม เอาเกณฑ์อะไรคิด?” พอเจอคำถามนี้ก็เห็นชัดเลยว่า เราชอบประเมินธรรมด้วยความรู้สึกตัวเอง มากกว่าด้วยหลักที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ อีกประเด็นที่ได้คือ “คนที่ไม่เคยฟังคำตถาคต” โอกาสบรรลุธรรม บรรลุคุณวิเศษ หรือบรรลุความเป็นอริยะมันแทบไม่เกิด เพราะไม่รู้ทางที่ถูกต้อง ต่อให้ตั้งใจทำดีไปเรื่อยๆ ก็อาจยังวนอยู่ในความเป็นปุถุชน คือยังถูกโลภ โกรธ หลง ครอบงำเป็นระยะๆ และยังไม่เห็นทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และทางดำเนินให้ถึงความดับทุกข์แบบเป็นระบบ ถ้าจะเริ่มแบบคนทั่วไปที่อยาก “เข้าถึงพระพุทธวจน” ผมแนะนำแนวทางที่ทำได้จริง (จากประสบการณ์ส่วนตัว) คือ 1) กันเวลาเงียบๆ สั้นๆ ทุกวัน เลือกฟัง/อ่านพระพุทธวจนแบบตรง ไม่ต้องเริ่มยาก เอาแค่หัวข้อที่เกี่ยวกับทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ และการละเหตุ 2) ฟังด้วยใจที่ “วางความคิดเราไว้ก่อน” เหมือนที่ท่านย้ำ ไม่รีบเถียง ไม่รีบแปลให้เข้ากับความเชื่อเดิม 3) หลังฟัง ลองสังเกตตัวเองทันทีในชีวิตจริง ว่าเรายังติดอะไรอยู่ เช่น ความอยากได้คำชม ความอยากชนะ ความหงุดหงิดง่าย แล้วค่อยๆ ฝึกละเหตุทีละนิด 4) ทำบุญต่อได้ แต่เพิ่ม “ทิศทาง” ให้บุญ คือทำแล้วอย่าหลงว่าเป็นเครื่องการันตีความพ้นทุกข์ ให้ใช้เป็นแรงสนับสนุนการปฏิบัติและการฟังธรรมให้ถูกต้อง สุดท้าย ผมไม่ได้มองว่าข้อความนี้มาขู่ให้กลัวนรก แต่เหมือนมาชี้ให้ตื่นว่า “ความดี” แบบที่เราคิดเอง อาจยังไม่พาไปถึงความเป็นอริยะได้ ถ้าอยากพ้นจริงๆ ต้องกลับมาฟังพระพุทธวจนให้มากขึ้น แล้วค่อยๆ ปรับชีวิตให้ตรงทางที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้








❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️