เมื่อผมเผลอทำสิ่งนี้โดยไม่รู้ตัว

สวัสดีครับ พอดีช่วงนี้ผมกำลังสนใจเรื่องทักษะการสนทนา(ที่ถูกต้อง) เพราะเนื่องจากปัจจุบันนี้ ผมคิดว่า หลายๆคนรวมถึงตัวผม พร้อมจะเป็นผู้พูด 🗣️ แต่เราอาจขาดทักษะในการเป็นผู้ฟัง(โดยไม่รู้ตัว) จึงทำให้การสนทนานั้น ไม่ใช่การสนทนาที่ดีสักเท่าไร

📋 เพราะในมุมมองผม ผมคิดว่าทักษะการตั้งใจฟังคู่สนทนา จำเป็นมากในการเข้าสังคม หรือทำความรู้จักกับใคร แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างพูด ก็อาจทำให้ความสัมพันธ์นั้น ไม่ได้แน่นแฟ้นอย่างที่ควรจะเป็น ,ไม่ได้สร้างความประทับใจ หรือสร้างความไม่สบายใจในระหว่างการสนทนาได้ครับ

📚 วันนี้ผมจะมาสรุปแค่ไม่กี่ข้อ ที่คิดว่าเราไม่ควรทำในการสนทนา จากบทความที่ได้อ่านและเข้าใจมานะครับ เผื่อนำไปพัฒนาตัวเองพร้อมกันนะครับ 😊

❌ อย่ากลัวความเงียบ ❌

เวลามีใครสักคนกำลังคุยหรือเล่าอะไรให้เราฟัง เมื่อก่อนสมองผมจะรีบคิดคำตอบทันทีอาจจะตั้งแต่กลางประโยคว่าจะต้องตอบอะไร จะใช้คำพูดนี้ตอบ จะปลอบใจด้วยคำนี้ กลายเป็นว่าผมอาจไม่ได้ใช้สมาธิกับเนื้อหาประโยคหลังจากนี้ ซึ่งวันนี้ผมเข้าใจแล้วครับว่ามันคือ วิธีการที่ผิด

ในหนังสือบอกว่า การพูดและการฟังใช้สมองส่วนเดียวกัน 🧠 ดังนั้นถ้าเราฟังใครสักคนกำลังพูดและระหว่างนั้น คิดหาคำตอบไปด้วย ความสามารถในการฟังของเราจะลดลง ⬇️ ทำให้เราไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารจริงๆ สิ่งที่เราต้องทำคือ ควบคุมความอดทน และ“ฟังเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อตอบ” ✅ หมายความว่าเราต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบ จากนั้นหยุดพักเพื่อหาคำตอบมาตอบครับ (คิดก่อนตอบ) เช่น ถ้ามีเพื่อนมาเล่าเรื่องราวให้ฟัง ผมจะตั้งใจฟังจนจบ ถ้าเขาถามความคิดเห็นหรือคำแนะนำ ผมถึงค่อยเสนอครับ แต่ถ้าไม่ ผมจะถามกลับในเนื้อหาที่เขาได้เล่ามา เพื่อให้เขาได้ขยายความมากขึ้น หรือทวนว่าตัวผมเข้าใจตรงกับในสิ่งที่เพื่อนได้พูดมาครับ ซึ่งบางทีเพื่อนเขาก็ไม่ได้ต้องการคำแนะนำก็ได้ครับ 😅

❌ อย่าข่มประสบการณ์คนอื่น ❌

เช่นถ้าเพื่อนเราบอกเราว่า กำลังมีปัญหาในชีวิต เราห้ามตอบทันทีว่า “เราเข้าใจดี เพราะเราก็มีปัญหาในชีวิตแบบนี้เหมือนกันเลย” (รีบยกตัวอย่างเรื่องของตัวเอง) ซึ่งสารภาพเลยครับ เมื่อก่อนผมก็เคยครับ เพราะคิดว่าการมีประสบการณ์ร่วมกัน หรือแบ่งปันเรื่องราว จะทำให้เรารู้สึกเข้าใจกันมากขึ้น แต่จริงๆไม่ใช่เลยครับ

ในหนังสือบอกว่า การที่เราทำแบบนี้ คือการดึงจุดสนใจของบทสนทนา กลับมาที่ตัวเราเอง เพราะสิ่งที่สื่อ ออกไปคือ “ปัญหาของเพื่อนไม่น่าสนใจสำหรับเราเลย เดี๋ยวเราเล่าปัญหาของเราที่น่าสนใจกว่าให้ฟังนะ” ซึ่งจะเป็นการแย่งกันเป็นเจ้าของเรื่องราว และถือว่าไม่ให้เกียรติกับอีกฝ่ายด้วยครับ

โดยในหนังสือแนะนำมาว่า ถ้าเราอยากสร้างความเชื่อมโยงกับประสบการณ์ร่วม ให้เรานั่งฟังประสบการณ์ของเพื่อนก่อน ถามต่อจากเรื่องที่เขาเล่า หรือชื่นชมเขา แล้วค่อยเล่าเรื่องของตัวเองจะน่ารักกว่าครับ

หลังจากอ่านหัวข้อพวกนี้จบ คือผมพึ่งเข้าใจมากขึ้นว่า การฟัง ไม่ใช่แค่การที่เราได้ยินสิ่งที่คู่สนทนาพูดครับ แต่มันมีรายละเอียดหลายอย่างมาก ที่เราอาจไม่ทราบมาก่อน ซึ่งบางอย่างก็ถือว่าเป็นมารยาทในการสนทนาเลยครับ

หวังว่าเนื้อหาที่ผมมาแบ่งปันวันนี้ อาจช่วยให้เราสร้างความประทับใจให้คู่สนทนาที่นอกจากจะเพื่อนแล้ว สามารถเป็นบุคคลอื่นๆได้อีกนะครับ แล้วทำให้เราเป็นผู้ฟังที่ดีขึ้น ไว้มีอะไรดีๆจะมาแบ่งปันอีกนะครับ 💖

ใครมีความคิดเห็นอื่นๆ แบ่งปันกันได้นะครับ 🙏🏻

#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #พัฒนาตัวเอง

กรุงเทพมหานคร
2025/8/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการพัฒนาทักษะการฟังอย่างตั้งใจเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการสื่อสาร และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิตประจำวัน ทักษะนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การได้ยินคำพูดของคู่สนทนาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าใจความรู้สึกและความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดนั้นด้วย นอกจากข้อแนะนำในบทความที่กล่าวถึงการอย่ากลัวความเงียบ และอย่าข่มประสบการณ์คนอื่นแล้ว ยังมีแนวทางเสริมที่ช่วยให้การฟังมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การตั้งสมาธิอยู่กับคู่สนทนาโดยไม่มีสิ่งรบกวนรอบข้าง ซึ่งช่วยให้เข้าใจความหมายเชิงลึกและความต้องการที่แท้จริง อีกทั้งการใช้คำถามเชิงเปิด (open-ended questions) เพื่อกระตุ้นให้คู่สนทนาเล่าเพิ่ม จะทำให้บทสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและลึกซึ้ง การฝึกฝนทักษะเหล่านี้ยังเป็นประโยชน์ในเชิงจิตวิทยา เพราะช่วยลดความขัดแย้งและความเข้าใจผิดในสังคม นอกจากนี้ การฟังอย่างมีคุณภาพยังช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจและความเคารพระหว่างกัน ทำให้ความสัมพันธ์ทั้งในครอบครัว เพื่อนฝูง และที่ทำงานมีความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการเป็นผู้ฟังที่ดี ควรฝึกสังเกตพฤติกรรมตนเอง เช่น หลีกเลี่ยงการขัดจังหวะหรือเตรียมพูดตอบในขณะที่อีกฝ่ายยังพูดอยู่ และควรฝึกใจเย็นกับความเงียบในบทสนทนา เพราะความเงียบบางครั้งเป็นช่วงเวลาสำหรับการคิดและสะท้อนความรู้สึกของคู่สนทนา นอกจากนี้ การทบทวนสิ่งที่ได้ฟัง (paraphrasing) เพื่อยืนยันความเข้าใจ จะช่วยลดความเข้าใจผิดและแสดงออกถึงการให้เกียรติคู่สนทนาอีกด้วย ด้วยการผสมผสานแนวทางเหล่านี้อย่างเหมาะสม จะทำให้ทักษะการสื่อสารของคุณมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งในการทำงานและชีวิตประจำวัน สร้างความประทับใจและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ nan
nan

ถามได้ไหมคะว่าชื่อหนังสืออะไร

ดูเพิ่มเติม(1)