Automatically translated.View original post

Health insurance charter VS treatment costs according to schedule

Many people think "pay = pay everything."

But in fact, each insurance is not the same. 🥹

Today, the summary is clear.

During "charter insurance" VS "schedule insurance."

How different?

Which one risks paying the difference?

So why are people looking at more plans? ✨

Before taking out insurance

Don't just look at "right pawn."

But to see, "Who can help us more in the hospital?" 🤍🏥

5/16 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์การเลือกประกันสุขภาพของตัวเองและคนใกล้ชิด ผมพบว่าการทำความเข้าใจรายละเอียดระหว่างประกันเหมาจ่ายและประกันตามตารางเป็นสิ่งสำคัญมาก ประกันเหมาจ่ายจะให้วงเงินก้อนใหญ่แบบรวม ใช้จ่ายได้ยืดหยุ่น เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ายา และค่าอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในวงเงินรวมเดียวกัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการจ่ายส่วนต่างเอง หากมีค่าใช้จ่ายสูงในหมวดใดหมวดหนึ่ง แต่ข้อดีนี้มักแลกกับเบี้ยประกันที่สูงกว่าประกันตามตาราง ในขณะที่ประกันตามตารางจะกำหนดวงเงินสูงสุดแยกตามรายการ เช่น ค่าห้องวันละกี่บาท ค่ายาไม่เกินจำนวนเท่าไร ซึ่งเหมาะกับคนที่มีงบประกันจำกัดและเน้นความคุ้มครองขั้นพื้นฐานที่ชัดเจน แต่ถ้าค่าใช้จ่ายเกินวงเงินในช่องใดช่องหนึ่ง ต้องจ่ายส่วนต่างเองทันที ซึ่งอาจทำให้ต้องจ่ายเงินจำนวนมากหากมีการรักษาที่ซับซ้อนหรือค่าใช้จ่ายสูง จากเหตุการณ์จริงของคนรู้จักที่เลือกแผนประกันเหมาจ่าย ทำให้เขาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเมื่อต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่และการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายรวมสูงสุด เพราะวงเงินรวมช่วยได้มาก ในขณะที่คนที่เลือกตามตารางกลับต้องจ่ายส่วนต่างเองเยอะกว่าที่คาด ยิ่งถ้าเปรียบเทียบตามตัวอย่างในบทความ ค่าผ่าตัดและค่าห้องรวมๆ บางกรณีเกินวงเงินในตาราง จึงทำให้ผู้ทำประกันตามตารางอาจเจอปัญหาต้องควักเงินสดเกินจากเบี้ยจ่าย ฉะนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกทำประกันสุขภาพ อย่าดูแค่เบี้ยประกันที่ถูกอย่างเดียว ต้องพิจารณาว่าตัวเองมีโอกาสใช้บริการแบบใดมากกว่ากัน และแบบไหนที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในอนาคตได้ดีที่สุด นอกจากนี้ ควรอ่านรายละเอียดเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างละเอียด และสอบถามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกแผนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของเราให้มากที่สุด