Automatically translated.View original post

L'ORÉAL Dermatological Beauty THE DERMAFINITY 2026

L'ORÉAL Dermatological Beauty THE DERMAFINITY 2026 - PHARMFLUENCER CLUB

Let's start with From Content Creator to Community Builder from Ken Narin, CEO The Standard.

We have updated the knowledge of different skins in L'ORÉAL Thailand. There are products. Very interesting. Today, let's share.

⚪️ LA ROCHE-POSAY

🔹 Efffaclar Duo + M New Formula

PHYLOBIOMA helps manage C.ACNES PHYLOTYPES LA1 in 24 hours.

Mela B3 serum New Dark Spot Fuzzy Serum 💜 Contains Melasy | ™ Brand-exclusive molecule that helps trap excess pigment and manage deep-seated dark spots, preventing sun darkening

🔹 Purple Strip Sunscreen ANTHELIOS UVMUNE 400 Anti-Dark spots Fluid SPF 50 +

Melasyl-reducing sunscreen reduces dark spots caused by blue light. Combine 2 super innovative Mexoryl and Melasyl can protect skin from the sun up to Ultralong UVA.

🔹 Cicaplast Baume B5 + Moisturizer 48 Hours Long Moisturizing with Strengthened Skin Protector

Thank you to L'ORÉAL Thailand for your great activities, and thank you for inviting Ice today.

# pharmacy fluencerclub # Pharmacopoeia continues

# larocheposayth # ceravethailand # vichyth

1/16 Edited to

... Read moreเผื่อใครกำลังหาข้อมูลว่า L’ORÉAL Dermatological Beauty คืออะไร (หรือมีอะไรน่าใช้ในไลน์นี้) จากที่ได้ไปงาน THE DERMAFINITY 2026 – PHARMFLUENCER CLUB มา ความรู้สึกคือ “เป็นกลุ่มสกินแคร์สายผิวแข็งแรง” ที่รวมแบรนด์เดอร์มาในเครือ เช่น La Roche-Posay, CeraVe และ Vichy ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นชัดมาก เลือกให้ตรงปัญหาผิวแล้วเวิร์กขึ้นเยอะค่ะ ฝั่ง La Roche-Posay ที่เห็นเด่นๆ ในงานคือ - Effaclar Duo+M สูตรใหม่: โฟกัสเรื่องสิวและการดูแลเชื้อที่เกี่ยวกับสิว (เหมาะกับคนเป็นสิวซ้ำๆ หรือมีรอยสิว) ถ้าใครผิวค่อนข้างไว แนะนำเริ่มทาบางๆ วันเว้นวันก่อน แล้วค่อยเพิ่มความถี่เพื่อดูว่าผิวรับได้แค่ไหน - Mela B3 serum: กลุ่มที่กังวลจุดด่างดำ/รอยสิว/ความหมองคล้ำจะสนใจตัวนี้มาก เพราะคอนเซ็ปต์คือช่วยจัดการเม็ดสีส่วนเกินและรอยฝังลึก สิ่งที่อยากแชร์คือ “ต้องกันแดดคู่กัน” ไม่งั้นรอยจางช้าและกลับมาคล้ำง่าย - Anthelios UVMune 400 Anti-Dark spots fluid SPF50+: กันแดดตัวนี้เหมาะกับคนที่จริงจังเรื่อง UVA และรอยคล้ำจากแดด เนื้อฟลูอิดจะเหลวๆ เกลี่ยไว เวลาใช้ให้เขย่าขวดก่อน และทาให้ถึงปริมาณ (ประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับหน้า-คอ) จะได้ประสิทธิภาพเต็มๆ - Cicaplast Baume B5+: ตัวนี้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะมากในวันที่ผิวอ่อนแอ แห้งลอก หรือหลังทำหัตถการเบาๆ (แล้วแต่คำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ) ส่วนตัวชอบใช้เป็น “ตัวปิดงาน” ตอนกลางคืนในวันที่ใช้แอคทีฟแล้วผิวเริ่มงอแง จากภาพรวมในงานยังเห็นไลน์อื่นๆ ด้วย เช่น CeraVe ที่มีคลีนเซอร์หลายสูตร (Foaming Cleanser, Blemish Control Cleanser, SA Smoothing Cleanser) ถ้าใครกำลังเริ่มจัดรูทีนแบบเรียบง่าย เราว่าหลักๆ คือเลือก “คลีนเซอร์อ่อนโยน + มอยส์เจอไรเซอร์ + กันแดด” ให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยเพิ่มเซรั่มลดรอย/ลดสิวทีละตัว จะลดโอกาสแพ้และรู้ว่าผิวชอบอะไรจริงๆ ส่วน Vichy ในงานมีบูธเกี่ยวกับเส้นผม/หนังศีรษะอย่าง Dercos Technique Aminexil Clinical R.E.G.E.N. Booster ด้วย ใครมีปัญหาผมร่วงหรืออยากเริ่มดูแลหนังศีรษะ แนะนำสังเกตสาเหตุร่วม (ความเครียด การมัดผมแน่น การสระไม่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ) แล้วค่อยเลือกไลน์ดูแลให้ตรงจุด จะเห็นผลชัดขึ้นค่ะ สรุปถ้าเสิร์ชคำว่า L’ORÉAL Dermatological Beauty แล้วอยากได้แนวทางเลือกของ: ให้ดูที่ปัญหาหลัก (สิว/รอย/ผิวอ่อนแอ/กันแดด/หนังศีรษะ) แล้วค่อยจับคู่แบรนด์และผลิตภัณฑ์ในเครือให้ตรงจุด แบบนี้ช้อปง่ายขึ้นและผิวมีโอกาสไปได้ไกลกว่าเดิมจริงๆค่ะ