Automatically translated.View original post

Is HIV + eating together? Each rash?‼️🧏🏻‍♀️

8/6 Edited to

... Read moreหลายคนถามบ่อยมากว่า “HIV+ กินข้าวร่วมกันติดไหม?” คำตอบคือโดยทั่วไป “ไม่ติด” จากการกินข้าวร่วมกัน ใช้ช้อนกลางร่วมโต๊ะ หรืออยู่ใกล้ชิดแบบใช้ชีวิตประจำวัน เพราะเชื้อ HIV ไม่ติดต่อผ่านน้ำลาย อาหาร น้ำ หรือการสัมผัสทั่วไป เชื้อจะติดต่อหลัก ๆ ผ่านเลือด เพศสัมพันธ์ (น้ำอสุจิ/สารคัดหลั่ง) แม่สู่ลูก และการใช้เข็มร่วมกัน ดังนั้นถ้าเจอสถานการณ์กินข้าวกับผู้ติดเชื้อก็สบายใจได้ ไม่ต้องแยกจานชามจนทำให้เขารู้สึกแย่ แต่สิ่งที่ควรโฟกัสจริง ๆ คือ “การป้องกันตอนมีเพศสัมพันธ์” โดยเฉพาะคำค้นเรื่องวิธีใส่ถุงยางอนามัย เราแชร์ขั้นตอนแบบทำตามได้เลย: 1) เช็กวันหมดอายุและซองต้องไม่รั่ว/ไม่บวม 2) ฉีกซองด้วยมือ (เลี่ยงฟัน/กรรไกร) 3) ดูด้านม้วนให้ถูกก่อนสวม 4) บีบปลายถุงยางให้มีที่ว่างเล็กน้อย แล้วค่อยรูดลงจนสุดโคน 5) ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ถ้ารู้สึกแห้งให้ใช้เจลหล่อลื่น “สูตรน้ำ/ซิลิโคน” (อย่าใช้น้ำมัน/วาสลีน เพราะทำให้ถุงยางขาดง่าย) 6) หลังเสร็จให้จับโคนถุงยางไว้ตอนถอนออก มัดปากถุงและทิ้งให้ถูกสุขลักษณะ ข้อสำคัญคือถุงยางใช้ครั้งเดียว และควรเลือกขนาดให้พอดีเพื่อลดโอกาสหลุดหรือแตก อีกเรื่องที่คนกังวลคือ “ผื่น อาการ โรคเอดส์” ต้องบอกว่า ผื่นไม่ได้แปลว่าเป็นเอดส์เสมอไป แต่บางชนิดอาจพบได้ในผู้ติดเชื้อ HIV โดยเฉพาะถ้าภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น - งูสวัด: มักปวดแสบปวดร้อนก่อน แล้วมีตุ่มน้ำเรียงเป็นแนวตามเส้นประสาท - หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum): ตุ่มกลม ๆ ผิวมันวาว มีรอยบุ๋มตรงกลาง พบได้หลายจุด - หูด (Warts): ตุ่ม/ปุ่มขรุขระ เกิดจาก HPV - Kaposi sarcoma: อาจเห็นเป็นปื้น/ก้อนสีม่วงแดง น้ำตาลคล้ำ (ควรพบแพทย์เร็ว) ถ้ามีผื่นแปลก ๆ เป็นนาน ลุกลาม เจ็บมาก มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง แนะนำตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เพื่อความชัวร์ การตรวจเร็วทำให้เริ่มยาต้านได้เร็ว ดูแล CD4 (ภูมิ) ได้ดี และถ้ากินยาสม่ำเสมอจนตรวจไม่พบเชื้อ (U=U) ก็ช่วยลดการแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้มาก ที่สำคัญคืออย่าเดาจากผื่นอย่างเดียว ให้ใช้การตรวจเป็นคำตอบที่แน่นอนที่สุด