Automatically translated.View original post

The first Monday in eight years without a job, Kevong.

1/12 Edited to

... Read moreบงงงงงงงงง… ฟีลนี้เข้าใจมาก เพราะ “วันจันทร์แรกที่ไม่มีงาน” มันเหมือนโลกเงียบลงทันที ตื่นเช้ามาแล้วไม่ต้องรีบแต่งตัว ไม่ต้องเช็กไลน์งาน แต่หัวใจกลับว่างๆ โหวงๆ แทน สิ่งที่ช่วยฉันในช่วงเคว้งคือ “ยอมรับก่อน แล้วค่อยจัดการทีละข้อ” ไม่ต้องเก่งทันทีในวันแรกก็ได้ 1) ตั้งสติแบบง่ายๆ ใน 24 ชม. แรก ฉันให้เวลาตัวเองเคว้งได้ แต่กำหนดกรอบ เช่น ร้องไห้/นอยได้ 1 คืน แล้วเช้าวันถัดไปเริ่มทำ 1 อย่างเล็กๆ เพื่อดึงตัวเองกลับมา เช่น อาบน้ำ แต่งตัว เปลี่ยนบรรยากาศไปคาเฟ่ หรือเดินออกไปรับแดด 10 นาที แค่ให้ร่างกายรู้ว่ายัง “เดินต่อได้” 2) ทำเช็กลิสต์ “ต้องทำทันที” กันหลุด - สรุปเงินสำรอง: ค่าใช้จ่ายจำเป็น/เดือน + อยู่ได้กี่เดือน - จัดเอกสารงานเก่า: สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน ผลงาน/พอร์ต - อัปเดตเรซูเม่ + LinkedIn ให้จบภายใน 1-2 วัน (อย่าปล่อยยืด) 3) วางแผนหางานแบบไม่เคว้ง (ใช้คำค้นให้ตรง) ถ้าก่อนหน้านี้ทำสายออฟฟิศ/การตลาด/งานรีวิว ให้แตกตำแหน่งที่สมัครได้เป็น 3 กลุ่ม - กลุ่มเดิม: Marketing, Content, CRM, Performance, KOL, Brand - กลุ่มใกล้เคียง: Project Coordinator, Account, Operations, E-commerce - ฟรีแลนซ์ระหว่างรอ: รีวิวสินค้า, UGC Creator, เขียนคอนเทนต์, แอดมินเพจ เวลาเสิร์ช/สมัคร ใช้คำให้ชัด เช่น “Content Marketing (Hybrid)”, “UGC รีวิวสินค้า”, “Marketing Executive B2C” จะได้เจองานตรงกว่าไถแบบกว้างๆ แล้วบงงงงงงงงงหนักกว่าเดิม 4) ถ้าเพิ่งเจอข่าวแพลตฟอร์มยุติบริการ/องค์กรเปลี่ยนแปลง มันกระทบใจมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นที่ที่เราผูกพัน สิ่งที่ฉันทำคือขอหลักฐานการทำงาน/ผลงานที่ทำไว้ให้ครบ เก็บเคสแคมเปญ ตัวเลขผลลัพธ์ (เช่นยอดขาย/ยอดคลิก/ยอดออเดอร์) มาเขียนเป็น bullet ในเรซูเม่ทันที เพราะข้อมูลพวกนี้มีค่ามากตอนสัมภาษณ์ 5) วิธีไม่ให้ใจพังระหว่างรอ ตั้งเป้าสมัครงานวันละ 3-5 ที่พอ (เน้นคุณภาพ) แล้วให้รางวัลตัวเอง เช่น ดูซีรีส์ 1 ตอน หรือทำอาหารง่ายๆ ช่วงนี้อย่าเทียบชีวิตคนอื่นมาก เพราะเราจะบงงงงงงงงงง่ายสุด ถ้าอยากให้ช่วยดูเรซูเม่/พอร์ตแบบคร่าวๆ ลองลิสต์มาว่าเคยทำงานสายไหน เด่นด้านอะไร (การตลาด/รีวิว/ออฟฟิศ) แล้วค่อยจัดคำโปรไฟล์ให้ดูโปรขึ้นได้เลย