ช่วงนี้เห็นหลายคนค้นหา “chalotron99”, “biowoman magic wave up cream” และ “magic wave” กันเยอะมาก เลยขอมาแชร์มุมมองแบบคนผมหยิกที่โฟกัสเรื่อง “ครีมจับลอน” โดยตรงค่ะ (เร็วๆนี้กำลังจะมีรีวิวละเอียดกว่านี้ด้วย) สิ่งที่เราอยากให้เช็กก่อนซื้อครีมจับลอน ไม่ว่าจะเป็น Chalotron99 หรือ BioWoman Magic Wave Up Cream คือ “เป้าหมายของลอน” ของเราเป็นแบบไหน 1) อยากได้ลอนเด้งเป็นช่อ + ลดชี้ฟู 2) อยากได้ความชุ่มชื้นเพิ่ม เพราะผมแห้ง 3) อยากได้อยู่ทรงทั้งวัน แต่ไม่แข็ง/ไม่กรอบ ถ้าตอบตัวเองได้ จะเลือกเนื้อครีมได้ง่ายขึ้นมากค่ะ วิธีใช้ที่ทำให้ครีมจับลอนเห็นผล (ใช้ได้กับทั้ง 2 แบรนด์) - ลงตอนผมหมาดดีที่สุด: หลังสระซับด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์/เสื้อยืดให้ไม่หยดน้ำก่อน แล้วค่อยลงครีม - แบ่งผมเป็นช่อ: คนผมหยิกถ้าปาดทีเดียวทั้งหัว ลอนจะจับกันมั่วและบางจุดจะชี้ฟูง่าย - เทคนิค “praying hands + scrunch”: ลูบครีมให้เคลือบเส้นผมก่อน แล้วค่อยขยำขึ้นเพื่อให้ลอนเด้ง - อย่าใส่เยอะเกิน: ใส่เยอะอาจหนักลอน ทำให้ลอนตกหรือดูมัน โดยเฉพาะคนผมเส้นเล็ก เรื่องที่คนกังวลบ่อยเวลาเจอคำว่า Magic Wave / wave up cream คือ “ทำให้ผมหยิกถาวรไหม?” ส่วนใหญ่ครีมจับลอนเป็นแค่ผลิตภัณฑ์จัดทรงค่ะ ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างผมถาวร แต่จะช่วยให้ลอนที่มีอยู่แล้วชัดขึ้น/เป็นช่อขึ้น และลดฟู ดังนั้นถ้าผมตรงมากๆ อาจได้แค่คลื่นเบาๆ มากกว่าลอนจริง ทริคให้ลอนอยู่ทรงนานขึ้น (เพิ่มคลิกจากการใช้จริง) - ถ้าวันไหนต้องการความอยู่ทรง: ทาครีมจับลอนแล้วตามด้วยเจล/มูสเล็กน้อย จะล็อกลอนได้ดีกว่าครีมเดี่ยวๆ - เป่าแบบ diffuser (ลมอ่อน): ช่วยลดชี้ฟูและเพิ่มวอลลุ่ม แต่ต้องไม่ไถแรง - พอผมแห้งแล้วค่อย “scrunch out the cast”: ถ้ามีความแข็งเล็กๆ ให้ขยำเบาๆ ลอนจะนิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ทรง สุดท้าย ถ้าคุณกำลังลังเลระหว่าง Chalotron99 กับ BioWoman Magic Wave Up Cream แนะนำให้ดู 3 อย่างนี้ก่อนตัดสินใจ: เนื้อครีมหนัก/เบา, กลิ่นที่รับได้ และความเหมาะกับสภาพผม (แห้งมาก vs มันง่าย) เพราะผลลัพธ์ของ “ครีมจับลอน” จะต่างกันตามเส้นผมแต่ละคนมากๆ ค่ะ
1/9 แก้ไขเป็น
สวยๆค่ะ🥰