ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย Taxi BEV ปี 2569 โตแรง หนุนส่วนแบ่งตลาดทั้งปีขยับเป็น 88%
https://changeintomag.com/index.php/change-business/62695-2025-95-95-95-11006871
#ธนาคารกสิกรไทย #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #kbank #KBANK #Kubix # orbixINVEST #เศรษฐกิจ #ภาษี
จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย Taxi BEV หรือแท็กซี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดยคาดว่าภายในปี 2569 แท็กซี่ไฟฟ้าจะครองส่วนแบ่งตลาดแท็กซี่จดทะเบียนใหม่สูงถึง 88% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมแท็กซี่กำลังเข้าสู่ยุคการใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มตัว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Taxi BEV เติบโตได้มากในช่วงนี้ คือ การขยายตัวของสถานีชาร์จไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในประเทศ ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางการเดินทางของรถไฟฟ้า รวมถึงค่าชาร์จไฟฟ้าที่ถูกกว่าเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับค่าเชื้อเพลิงแบบเดิมอย่างน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติรถ NGV นอกจากนี้ รัฐบาลและภาคเอกชนยังมีการร่วมมือกันส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพาหนะมาใช้ไฟฟ้า ด้วยมาตรการทางภาษีและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการลงทุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการแท็กซี่ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถ BEV ได้ง่ายขึ้น ในแง่ของประสบการณ์จริง ผู้ขับขี่แท็กซี่ BEV หลายคนรายงานว่าต้นทุนการดำเนินงานลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากค่าชาร์จไฟฟ้ามีราคาถูกและการบำรุงรักษารถไฟฟ้าที่ต่ำกว่ารถยนต์สันดาปภายในทั่วไป อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ซึ่งมีผลดีต่อสาธารณสุข สำหรับผู้โดยสารเอง เทคโนโลยี Taxi BEV ทำให้มีความเงียบสงบและลดการสั่นสะเทือนขณะเดินทาง เพิ่มความน่าสนใจและความสะดวกสบายในการใช้บริการแท็กซี่ในระยะยาว อย่างไรก็ดี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอาจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าสถานีชาร์จไฟฟ้ามีความเพียงพอและกระจายอย่างเหมาะสมในทุกพื้นที่ที่แท็กซี่วิ่งให้บริการ นอกจากนี้ ควรมีการส่งเสริมความรู้และฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้รถไฟฟ้าแก่ผู้ขับขี่เพื่อให้เกิดความเข้าใจและลดปัญหาการใช้งาน โดยรวมแล้ว Taxi BEV เป็นทางเลือกที่น่าจับตามองในตลาดแท็กซี่ไทย ด้วยการเติบโตที่รวดเร็วและปัจจัยบวกหลักที่รองรับอย่างครบถ้วน สร้างโอกาสให้ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดและยั่งยืน



















