Automatically translated.View original post

Japanese philosophy that wants you to read

Are you taking care of "everything" in life except yourself?

.

Sometimes fatigue is not caused by overwork, but by living a life that lacks balance.

.

📚 the art of balancing life.

Invite back to explore 4 important things that many people overlook

🥗 Nourishment

🚶‍♀️ Body movement

😴 Leisure

🤝 socializing.

.

This book may not teach you to work better, but it teaches you to live happier.

🍃 Because a good life doesn't have to be perfect, just balance is enough.

# changeplus # Self-improvement # Japanese philosophy

5/31 Edited to

... Read moreปรัชญาญี่ปุ่นที่เรียกว่า "วะ" หรือ 和 คือแนวคิดที่เน้นความสมดุลและความกลมกลืนในชีวิตประจำวันที่ถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมได้เรียนรู้ว่า เมื่อเรามุ่งเน้นเพียงแต่การทำงานหรือกิจกรรมส่วนเดียว เช่น การทำงานหนักหรือออกกำลังกายอย่างเข้มงวดโดยไม่แคร์องค์ประกอบอื่น ๆ ของชีวิต ร่างกายและจิตใจมักจะเกิดความเครียดและความเหนื่อยล้าสะสมซึ่งนานวันเข้าอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพตามมา ในปรัชญาของวะ การดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องของการพยายามทำให้ชีวิต "สมบูรณ์แบบ" แต่เป็นการเข้าใจว่าชีวิตต้องการความสมดุลระหว่าง 4 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่ การบำรุงร่างกายด้วยอาหารที่ดีและเหมาะสม การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ยึดติดกับเป้าหมายที่เป็นตัวเลขเพียงอย่างเดียว เช่น จำนวนก้าวหรือแคลอรีที่เผาผลาญ แต่เน้นที่การสร้างความสุขและความเพลิดเพลินในการเคลื่อนไหว การพักผ่อนอย่างเพียงพอทั้งร่างกายและจิตใจที่ช่วยซ่อมแซมและเติมพลัง และการเข้าสังคมที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและสร้างความรู้สึกผูกพันกับคนรอบข้าง ประสบการณ์ของผมทำให้เห็นว่า การฟังเสียงร่างกายและจิตใจของตัวเองมีความสำคัญมากกว่าการตามหาสูตรสำเร็จหรือวิธีที่เราคิดว่า "ถูกต้อง" เสมอไป เช่นเดียวกับในข้อเขียนที่ระบุว่ากิจกรรมอย่างเดินเล่นใกล้ธรรมชาติหรือแม้แต่เปิดหน้าต่างรับลมก็สามารถช่วยบำบัดจิตใจได้ดีไม่แพ้การออกกำลังกายหนักๆ และยังช่วยให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติซึ่งมีพลังเยียวยาที่เรามักมองข้าม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ "วาราบิโมจิ" ของหวานมังสวิรัติแบบญี่ปุ่นที่เรียบง่ายซึ่งสื่อถึงความกตัญญูและวิถีชีวิตที่ย้ำถึงความเรียบง่ายแต่มีคุณค่าในการดำเนินชีวิต ความเรียบง่ายเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทนของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่ไม่ต้องเน้นความฟู่ฟ่า หรือสมบูรณ์แบบ แต่เน้นที่ความสมดุลและความพอดีในทุกๆ ด้าน การนำหลักการของวะมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกินอาหารดีๆ ที่ช่วยเติมพลัง การหากิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกสนุกกับการเคลื่อนไหว แม้จะเป็นการเดินเล่นหรือทำสวน การจัดเวลาพักผ่อนที่มีคุณภาพ และใส่ใจในความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง จะช่วยให้ชีวิตของเราไม่เพียงแต่สุขภาพดีขึ้น แต่ยังเพิ่มความสุขและความสงบในจิตใจได้อีกด้วย สุดท้าย อยากให้ทุกคนลองทบทวนและสำรวจตัวเองว่าในชีวิตประจำวันนี้เราได้ดูแลครบทั้ง 4 เสาหลักของวะหรือยัง เพราะชีวิตที่มีสมดุลนั้นจะทำให้เรามีความสุข และสามารถฝ่าฟันกับความท้าทายในชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนจริงๆ