รอดไม่รอด คูชั่นตัวใหม่

#ป้ายยากับlemon8 #40บวกขอรีวิว #รองพื้น #esteelauder#lemon8box

เพราะเห็นแล้วก็ต้องยอมรับว่าอดใจไม่ได้ค่ะที่ดูจากรีวิวก็เลยต้องไปตามมาลองเองพอแกะกล่องออกมาก็รู้สึกว่าแพคเกจจิ้งของเค้ามีความพรีเมี่ยมสมกับราคาแบรนด์ ตัวนี้มาไม่มีรีฟิวมานะคะได้มาในราคา 1000 ต้นต้นไม่เกิน 1500 บาทจังหวะกดได้ส่วนลดมาพร้อมกับของแถมด้วย เท่าที่ดูคือควรซื้อที่มันขาวกว่า ผิวซักหนึ่งเฉดนะคะเพราะเขามีการดรอปลงประมาณครึ่งเฉดหรือว่าหนึ่งเฉด ในส่วนของความติดทนเรายังมองว่าความติดทนไม่เท่ากันกับรองพื้นแบรนด์เค้าจริงๆว่าหนังหน้าเราไม่ดีเองก็ไม่รู้555 ก็จะให้ความโกรวแต่ไม่ได้วาวมากนะคะ ลองไปตามดูค่ะ

5/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การใช้คูชั่น ESTÉE LAUDER Double Wear Matte ตัวนี้ ต้องบอกเลยว่าสำหรับคนที่อยู่ในวัย 40+ และมีปัญหาริ้วรอยหรือผิวไม่เรียบ คูชั่นนี้ให้การปกปิดที่พอเหมาะ ไม่หนาจนเกินไป ทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติและไม่หนาเตอะเกินไป ตัวแพกเกจมีความหรูหราสมชื่อแบรนด์ แต่สินค้านี้ไม่มีรีฟิลมาให้ ต้องซื้อใหม่เมื่อหมดซึ่งอาจจะเพิ่มค่าใช้จ่ายเล็กน้อย เรื่องเฉดสี แนะนำว่าควรเลือกสีที่ขาวกว่าสีผิวจริงประมาณหนึ่งเฉด เพื่อชดเชยการดรอปของสีที่รองพื้นตัวนี้มักเกิดขึ้นหลังจากลงผิวจริง จริงๆแล้ว สีจะดรอปลงประมาณครึ่งถึงหนึ่งเฉดเมื่อเซ็ตตัวบนผิว ซึ่งหากเลือกสีตรงกับผิวจริง อาจทำให้หน้าแลดูหมองและดูลอยได้ ด้านความติดทน คูชั่นนี้ให้ความติดทนได้ประมาณ 6 ชั่วโมงเมื่อทาแล้ว ผิวจะดูโกลว์เล็กน้อยแต่ไม่วาวมาก เหมาะกับคนที่ชอบผิวแมตต์แต่ยังมีความชุ่มชื้นในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม ความติดทนอาจไม่เท่ากับรองพื้นในไลน์เดียวกันที่เป็นสูตรหลอด เพราะเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ซึ่งผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผสมและอยู่ในวัย 40+ ลองใช้คูชั่นตัวนี้ควบคู่กับการบำรุงผิวที่ดี จะช่วยให้รองพื้นดูเนียนและไม่เป็นคราบง่าย ตัวนี้เหมาะกับคนที่ชอบการแต่งหน้าแบบธรรมชาติและมีความสะดวกในการใช้ เพราะเป็นคูชั่นที่ทาได้รวดเร็วและเหมาะกับหลายโอกาส สุดท้าย ขอแนะนำให้ลองเทสต์สีและดูผลลัพธ์บนผิวของตัวเองก่อนซื้อจริง เพื่อความเหมาะสมและไม่เสียทั้งเงินและเวลา เพราะสีอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังเซ็ตตัว และอย่าลืมเช็คส่วนลด หรือแพ็คเกจของแถมเพื่อความคุ้มค่าด้วยนะคะ

ค้นหา ·
double wear estee lauder รีวิวสี