“อนุทิน” ไฟเขียวฝ่ายกฎหมาย ยื่น กกต.สอบปมจัดเลี้ยงของ สว.กลุ่มประชาชน เข้าข่าย “ฮั้ว” หรือไม่ - ย้ำเคารพกฎหมาย ไม่ใส่ร้ายใคร
.
(30 ก.ค. 69) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ สว.กลุ่มประชาชน ที่ม ีการจัดเลี้ยงเข้าข่ายฮั้ว สว.หรือไม่นั้น เห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ ว่า เป็นการทำหน้าที่ของนายศุภชัยในฐานะที่ท่านเป็นผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย
.
เมื่อถามว่า หากเห็นว่ามีช่องทางว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จะไฟเขียวให้ดำเนินการใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของนายศุภชัยที่จะต้องทำความถูกต้องให้เกิดขึ้น เพราะหากมีคดีความต่างๆ ขึ้นมา พรรค รวมถึงสถานะของสมาชิกพรรคจะต้องได้รับการปกป้อง จึงต้องชี้แจงสิ่งที่เป็นความจริงให้กับประชาชนทราบ รัฐบาลนี้เปิดเผยทุกอย่างหมดอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวยังบอกเลยว่าพูดมากเกินไปด้วยซ้ำ เพราะตนเองเปิดเผย
.
ส่วนจุดตัดของเรื่องนี้อยู่ที่เส้นเงินใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คดีอยู่ในกระบวนการแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนเองก็ถูกกล่าวหาด้วย ฉะ นั้น ผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามตน เพราะพอพูดออกไปอาจจะเสียรูปคดี ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรมผ่านองค์กรใดก็ตาม ทุกอย่างกำลังเดินหน้า เราเคารพกฎหมายเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปใส่ร้ายใคร
.
จากกรณีที่เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงของสมาชิกวุฒิสภากลุ่มประชาชนซึ่งอาจเข้าข่ายการฮั้วกัน อันส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสในการดำเนินงานทางการเมือง เท่าที่ผมติดตามข่าวสารและสถานการณ์นี้ ผมเห็นว่าการที่ฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยออกมาดำเนินการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบนั้นเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความตั้งใจจริงในการรักษากติกาและหลักนิติธรรมในการเมือง ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผมรู้สึกว่าการสอดส่องดูแลเรื่องพฤติกรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างใกล้ชิดนั้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งและทุกฝ่ายว่ากระบวนการทางการเมืองนั้นโปร่งใสและเป็นธรรม การที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนการตรวจสอบอย่างจริงจัง นอกจากจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแล้ว ยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของพรรคในการรักษาหลักความถูกต้องและเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยิ่งไปกว่านั้น การดำเนินการยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบยังสื่อถึงความโปร่งใสและไม่นิ่งนอนใจต่อข้อครหาหรือข่าวลือที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นท่าทีที่ดีที่ทุกฝ่ายควรพึงกระทำ เพื่อยึดถือหลักการแห่งความเป็นธรรมและจรรยาบรรณในการเมือง ผมเห็นว่าประชาชนเราควรสนับสนุนให้ความร่วมมือและติดตามการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด เพราะการรักษากฎหมายและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นรากฐานสำคัญของการมีสังคมที่ยุติธรรมและประเทศที่เจริญก้าวหน้า ในฐานะที่ประชาชนมีหน้าที่และสิทธิ์ติดตาม ตรวจสอบ หนุนเสริมกระบวนการเหล่านี้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อช่วยพัฒนาประเทศของเราให้ดีขึ้นครับ
