เคยให้อภัยผู้ชายคนหนึ่ง นับครั้งไม่ถ้วน พยายามเข้าข้างตัวเอง ว่าเขาจะปรับปรุงแก้ไข ให้มันดีขึ้นอย่างที่เขาบอกไว้แต่กลับกลายเป็นทำร้ายใจ ตัวเองขึ้นไปทุกวัน
ถามตัวเองว่าที่อยู่แบบนี้เพราะรักจริงหรอ หรือเพราะว่าทนไม่อยากเริ่มต้นใหม่อีก สุดท้ายการกระทำของเขา มันบีบให้เราตัดใจจากเขาและเดินออกมาได้ง่ายขึ้นและคนที่รักและหวังดีกับเราที่สุดก็คือครอบครัว
จากประสบการณ์ตรง รู้สึกว่าในความสัมพันธ์บางครั้งเราเองก็หลงใหลในการให้อภัยซ้ำๆ แม้จะเจอแผลใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนกับในบทความที่พูดถึงการพยายามเข้าข้างตัวเองและหวังให้คนที่เรารักปรับปรุงแก้ไข แต่สุดท้ายกลับพบว่าความหวังนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาที่สร้างความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง การถามตัวเองว่าที่ทนอยู่เพราะรักจริงหรือเพียงแค่ไม่อยากเริ่มต้นใหม่ เป็นคำถามสำคัญที่เราควรหยุดคิดและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เพราะบางครั้งความกลัวที่จะสูญเสียหรือความเคยชิน ทำให้เรายอมรับความเจ็บปวดแทนที่จะเลือกทางเดินที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับตัวเอง สิ่งที่ช่วยทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น คือการยอมรับว่าความรักที่แท้จริงต้องไม่ทำร้ายตัวเองและต้องมีความสุขเป็นพื้นฐาน การอยู่ในความสัมพันธ์ที่ดีควรเป็นสิ่งที่เติมเต็มและส่งเสริมให้เราเติบโต ไม่ใช่เป็นบ่อเกิดของความเจ็บปวด ครอบครัวเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่ช่วยให้เราก้าวผ่านความทุกข์ การได้รับการสนับสนุนและความรักจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะสมาชิกในครอบครัว เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรามีแรงใจและกำลังใจในการเริ่มต้นใหม่อย่างเข้มแข็ง จากประสบการณ์ส่วนตัว การตัดใจและเดินออกมาอาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าหากเรามองว่าการเริ่มต้นใหม่นั้นเป็นโอกาสที่จะทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้น จะช่วยให้ความกลัวลดน้อยลงและเกิดความหวังใหม่ในใจ ท้ายที่สุดแล้ว การให้อภัยไม่ใช่แค่การคืนดีกับคนอื่น แต่อาจหมายถึงการให้อภัยตัวเองที่เคยปล่อยให้ความรักฉุดรั้งเราไว้ และเปิดใจรับความสุขที่แท้จริงในอนาคตต่อไป



ฉันหัวใจแตกสลายเพราะกับคําว่าเมียที่รักและหวังดดีแก่เขาตอนสุดท้ายกลับเป็นเขาเองที่ยื่นดาบสุดท้ายบีบบังคับให้ฉันคบชู้ทั้งที่เขาเองนอกกายนอกใจฉันไปเอากับกระหรี่ที่พาเขาพาไปใรงแรมม่านรูด