ลืมราวตากแบบเดิมๆไปได้เลย#ราวตาก #ราวตากผ้า #ราวตากผ้าสแตนเลส #ราวตากผ้าติดผนัง #ราวแขวนเสื้อผ้า
คนอยู่คอนโด/หอพักน่าจะเข้าใจดีว่า “ราวตากผ้า” แบบตั้งพื้นบางทีเกะกะทางเดิน แถมย้ายไปย้ายมาลำบาก เราเลยหันมาลองราวตากผ้าสแตนเลสแบบติดผนัง ข้อดีคือประหยัดพื้นที่มาก และดูเรียบร้อยกว่าแบบเดิมๆ สิ่งที่เราชอบของรุ่นแนวนี้คือความยาวกำลังดีประมาณ 60 ซม. (ไม่ยาวจนกินผนัง) แต่ยังแขวนผ้าได้ถึง 2 ผืน พร้อมตะขอแขวนเพิ่มอีก 2 อัน เอาไว้แขวนไม้แขวนเสื้อ ผ้าเช็ดมือ หรือถุงผ้าก็สะดวกมาก ถ้าบ้านใครมีพื้นที่แคบๆ แนะนำให้มองหาราวที่ “พับเก็บได้/แนบผนังได้” เวลาไม่ได้ใช้งานจะไม่เกะกะตา ทริคเลือก “ราวตากผ้าสแตนเลส” ให้คุ้ม 1) ดูเกรดสแตนเลส: ถ้าเป็น 304 จะทนสนิมและความชื้นได้ดีกว่า เหมาะกับระเบียง/ห้องน้ำ แต่ถ้าเป็น 201 ก็ใช้งานได้เหมือนกัน แต่อาจต้องดูแลไม่ให้โดนน้ำขังนานๆ 2) เช็กการรับน้ำหนัก: ควรถาม/ดูสเปกว่ารับได้กี่กิโล โดยเฉพาะคนที่ตากผ้าหนาๆ เช่น ผ้าขนหนู กางเกงยีนส์ 3) ดูอุปกรณ์แถม: บางรุ่นมีตะขอเพิ่ม (แบบเราได้ 2 อัน) หรือมีสกรู/พุกมาให้ครบ จะติดตั้งง่ายขึ้น ทริคติดตั้งให้แข็งแรง - ถ้าติดผนังปูน/อิฐ ใช้พุกให้ตรงขนาดสกรู และเจาะให้ลึกพอดี จะช่วยให้ราวไม่โยก - ถ้าติดผนังยิปซัม แนะนำหาจุดโครงคร่าว หรือใช้พุกสำหรับยิปซัมโดยเฉพาะ ไม่งั้นรับน้ำหนักเยอะๆ แล้วหลุดได้ - ตำแหน่งติดตั้ง: ลองยืนตากจริงก่อน เลือกความสูงที่ยกแขนไม่เมื่อย และเผื่อระยะให้ผ้าไม่ลากพื้น อีกคำค้นที่หลายคนสนใจคือ “ทำราวตากผ้าไม้ไผ่” ถ้าชอบงาน DIY ก็ทำได้ง่ายๆ และประหยัด แต่เราแนะนำให้เคลือบน้ำยา/แลคเกอร์กันชื้น เพราะไม้ไผ่ถ้าโดนแดดฝนบ่อยๆ อาจขึ้นรา หรือแตกได้เร็ว ส่วนตัวเราใช้ไม้ไผ่เป็นราวชั่วคราวได้ แต่ถ้าต้องการความทนและดูแลง่ายในระยะยาว ราวตากผ้าสแตนเลสยังตอบโจทย์กว่า สรุปคือ ถ้าใครอยากอัปเกรดจากราวตั้งพื้น มาเป็นแบบติดผนัง ราวตากผ้าสแตนเลสยาว 60 ซม. ที่แขวนได้ 2 ผืน + มีตะขอเพิ่ม 2 อัน ถือว่าใช้งานได้คุ้มมาก โดยเฉพาะบ้านพื้นที่น้อยหรืออยากจัดบ้านให้โล่งขึ้น