Friends are dating us. We think too much or friends do wrong.🤔
Friends are dating our ex-girlfriend. We think too much or friends are wrong. 🤔
Who has ever had this happen to himself? 🙋🏻♀️ It actually depends on personal reasons and individual habits, but this behavior is related to "prohibition and gravity," or what in psychology is called the Forbidden Fruit Effect, which is forbidden, the more we want to do or want to possess than usual.
🧠 The psychological core behind it:
• Humans tend to resist reactance theory when they feel that their rights or freedoms are taken away, the mind tries to claim them back by wanting what is forbidden.
• Scarcity effect (scarcity principle) The more rare or barred things are, the more valuable and interesting they are.
• Often linked to challenges and secrets, such as dating someone who should not be dating (other boyfriend, forbidden love), or even small things like eating food banned during the diet.
So what do everyone comment on this comment Share an opinion ~ 👀
# Friends are not dating # Girlfriend # Ex girlfriend # Love # Love problem
คำว่า forbidden แปลว่า “ต้องห้าม / ถูกห้าม / ไม่อนุญาต” ค่ะ ใช้เวลาพูดถึงสิ่งที่กฎ ระเบียบ หรือสถานการณ์ “ไม่ให้ทำ” เช่น - a forbidden area = พื้นที่หวงห้าม/เขตห้ามเข้า - forbidden love = ความรักต้องห้าม - it’s forbidden to… = ห้าม…/ไม่อนุญาตให้… ที่หลายคนสงสัยต่อคือ แล้วทำไมพอเป็น “ของต้องห้าม” ถึงยิ่งรู้สึกอยากเข้าไปยุ่ง? อันนี้โยงกับแนวคิดที่เรียกว่า Forbidden Fruit Effect (เอฟเฟกต์ผลไม้ต้องห้าม) คือยิ่งถูกห้าม ยิ่งดูมีค่า น่าค้นหา และน่าท้าทายขึ้นกว่าปกติ เหมือนสมองเราโดนกระตุ้นให้ “อยากเอาคืน” สิทธิในการเลือก จากประสบการณ์ส่วนตัว เวลาโดนบอกว่า “อย่าไปคุยกับคนนั้นนะ” บางทีเราไม่ได้ชอบเขาขนาดนั้นด้วยซ้ำ แต่ความรู้สึกมันจะขึ้นมาเลยว่า ทำไมเราต้องถูกจำกัด? นี่แหละที่ไปทาง reactance theory (การต่อต้านข้อจำกัด) พอรู้สึกว่าเสรีภาพถูกพรากไป ใจจะยิ่งดิ้นอยากทำสิ่งนั้น อีกตัวที่ทำให้ forbidden ดูน่าดึงดูดคือ scarcity effect หรือหลักความขาดแคลน: ของที่เข้าถึงยาก/ถูกจำกัด มักถูกประเมินค่าสูงขึ้น เช่น คนที่ “ไม่ควรคบ” หรือความสัมพันธ์ที่ต้องปิดบัง มันเลยเหมือนมีความลับ มีความท้าทาย ทำให้ตื่นเต้นกว่าปกติ ทีนี้กลับมาที่เคส “เพื่อนคบแฟนเก่าเรา” หลายคนจะรู้สึกสับสนว่าเราคิดมากไปไหม หรือเพื่อนทำผิด? ในชีวิตจริงมันไม่ได้มีคำตอบเดียว แต่สิ่งที่ช่วยได้คือแยก 2 ประเด็นนี้ออกจากกัน 1) ความหมาย/เส้นขอบเขตของคำว่า ‘เพื่อน’ ในความสัมพันธ์ของเรา (รับได้แค่ไหน) 2) ความรู้สึก ‘ของต้องห้าม’ ที่อาจทำให้ทุกอย่างดูแรงขึ้น (ทั้งฝั่งเราและฝั่งเขา) ถ้าอยากจัดการแบบไม่ให้ใจพัง ลองใช้วิธีคุยแบบตั้งคำถามกับตัวเองก่อน เช่น - เราเจ็บเพราะยังรู้สึกกับแฟนเก่าอยู่ หรือเจ็บเพราะรู้สึกถูกเพื่อนหักหลัง? - เราเคยตกลง “กติกาเพื่อน” กันไว้ไหมว่าอะไรคือเส้นที่ไม่ควรข้าม? - ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนเก่า เราจะรู้สึกเท่านี้ไหม? สุดท้าย ถ้าคุณกำลังค้นคำว่า forbidden เพราะอยากเข้าใจ “แรงดึงดูดของของต้องห้าม” บอกเลยว่าอาการนี้เกิดกับคนส่วนใหญ่ได้ค่ะ ไม่ได้แปลว่าเราแปลก แค่สมองมนุษย์ไวต่อสิ่งที่ถูกจำกัดมากเป็นพิเศษ ลองสังเกตตัวเองและตั้งขอบเขตที่ชัด จะช่วยให้ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องแฟนเก่า และเรื่องใจเราเบาลงเยอะเลย














































































