The Constant Gardener (หรือในชื่อภาษาไทย "วิมานลวง") ผลงานชิ้นเอกของ John le Carré
จุดเริ่มต้นของการล้างแค้นและการค้นหาความจริง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศเคนยา เมื่อ เทสซ่า เควย์ล นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนผู้เลอโฉมและมีความมุ่งมั่น ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมในพื้นที่ห่างไกลข้างทะเลสาบเทอร์คานา โดยผู้ที่ร่วมทางไปกับเธอ—หมอท้องถิ่นชาวแอฟริกัน—ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้หลายคนปักใจเชื่อว่าเป็นคดีฆาตกรรมด้วยเหตุแห่งแรงหึงหวง
จัสติน เควย์ล: จากนักการทูตผู้เงียบขรึมสู่การเป็นนักสืบ
จัสติน เควย์ล สามีของเธอ ซึ่งเป็นนักการทูตอังกฤษผู้สุภาพ เรียบร้อย และรักการทำสวนเป็นชีวิตจิตใจ (ที่มาของชื่อเรื่อง) ตกอยู่ในความโศกเศร้าอย่างหนัก แต่เขากลับไม่เชื่อข่าวลือเรื่องชู้สาว จัสตินตัดสินใจออกเดินทางเพื่อสืบหาความจริงว่าภรรยาของเขาแอบทำอะไรอยู่ก่อนตาย
เบื้องหลังความตาย: แผนสมคบคิดระดับโลก
จัสตินเริ่มขุดคุ้ยและพบว่าเทสซ่ากำลังรวบรวมหลักฐานชิ้นสำคัญเกี่ยวกับ "ดีวีนซ่า" (Dypraxa) ซึ่งเป็นยาตัวใหม่ของบริษัทยายักษ์ใหญ่ที่นำมาทดลองกับชาวเคนยาที่ยากจนโดยไม่ได้รับอนุญาต และผลข้างเคียง ของยาดังกล่าวร้ายแรงถึงขั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
การสืบสวนของเขานำไปสู่การเปิดโปงความโสมมที่มีทั้ง:
บริษัทยายักษ์ใหญ่ ที่ยอมแลกชีวิตคนเพื่อผลกำไรมหาศาล
นักการเมืองระดับสูง ที่คอยรับสินบนและปกปิดความผิด
รัฐบาลอังกฤษ ที่อาจมีส่วนรู้เห็นเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
บทสรุปที่แสนเศร้า
ยิ่งจัสตินเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นเท่านั้น เขาต้องเดินทางข้ามทวีปจากเคนยาไปอังกฤษ เยอรมนี และแคนาดา เพื่อสานต่องานของเทสซ่าให้สำเร็จ แม้จะรู้ดีว่าปลายทางของเรื่องนี้อาจต้องแลกด้วยชีวิตของเขาเองก็ตาม
จุดเด่นของเรื่อง:
นวนิยายเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คว ามบันเทิง แต่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์จริยธรรมของโลกทุนนิยม และเป็นการสดุดีความรักที่ชายคนหนึ่งมีต่อภรรยาผ่านการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้แก่เธอ
หมายเหตุ: เรื่องนี้เคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2005 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงและได้รับรางวัลออสการ์ด้วยครับ







































