ทำไมโรคเบาหวานถึงทำประกันสุขภาพยาก

หลายท่านอาจจะสงสัย หากเป็นโรคเบาหวานแล้ว จะทำประกันสุขภาพได้หรือไม่ ?

คำตอบคือ … ค่อนข้างทำยากครับ

เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆสูง

เช่น 👁️ ตา หากปริมาณน้ำตาลสูง ทำให้เบาหวานขึ้นตา

เกิดภาวะจอประสาทตาเสื่อม ต้อหิน ต้อกระจก หรืออาจทำให้ตาบอดได้เลย

🧠 สมอง มีโอกาสเกิดภาวะเส้นเลือดสมองแตก ตีบ ถึงขั้นเป็นอัมพาตเลยทีเดียว

🫀 หัวใจ เบาหวานทำให้หลอดเลือดเปราะบาง เสี่ยงทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย เป็นโรคหัวใจได้

🦵 ขา เบาหวานตัดขา เคยได้ยินกันใช่ไหมครับ เกิดจากเส้นประสาทส่วนเท้าถูกทำลาย จนไม่มีมีความรู้สึกเมื่อเราบาดเจ็บ พอเป็นแผลจะมีการติดเชื้อ ทำให้แผลเน่าได้ง่าย ถึงขั้นต้องตัดขาได้เลยครับ

🫁 ไต ต้องทำหน้าที่กรองน้ำตาล ทำงานหนัก มีภาวะโปรตีนรั่ว ทำให้ไตเสื่อม ถึงขั้นฟอกไตได้เลย

⛔️ ฉะนั้นแล้ว ด้วย ภาวะแทรกซ้อนต่างๆเหล่านี้ การรักษาอาจต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากๆ ทำให้หลายบริษัทปฏิเสธการรับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่เป็นโรคเบาหวานแล้วนั่นเองครับ

📌 แต่ก็อย่าพึ่งหมดหวังในการทำประกันนะครับ

เพราะสิ่งที่ พอทำได้ อาจจะเป็นประกันชีวิต แต่ก็ยังมีโอกาสถูกเพิ่มเบี้ย หรือประกันรักษาโรคมะเร็ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับประวัติการรักษาของเราเราด้วยนะครับ

และอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้ นั่นคือประกันสะสมทรัพย์ เพื่อเป็นการวางแผนการเงินในอนาคตได้ครับ

♥️ หากบทความนี้เป็นประโยชน์สามารถกดหัวใจ ติดตามกันไว้นะครับ

📌 ให้ผมเป็นที่ปรึกษาเรื่องสุขภาพและการเงิน

ยินดีให้คำปรึกษาครับผม

#เบาหวาน #ประกัน

#ประกันสุขภาพ #ประกัน

4/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากที่ได้อ่านเนื้อหาเกี่ยวกับความยากลำบากในการทำประกันสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะเห็นได้ชัดเจนว่า ภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น ต้อหิน ต้อกระจก โรคไตเสื่อม โรคหัวใจและภาวะสมองขาดเลือด มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวและเพิ่มความเสี่ยงให้กับบริษัทประกันภัยในการรับประกันสุขภาพ ในประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ป่วยหรือผู้ใกล้ชิด การเผชิญกับโรคเบาหวานต้องใช้วินัยในการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และส่งผลดีต่อการพิจารณาทำประกันสุขภาพในอนาคต นอกจากนี้ หลายคนเลือกที่จะทำประกันชีวิต หรือประกันมะเร็งแทนเพราะบริษัทประกันมักจะพิจารณาเบี้ยประกันเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขพิเศษเพื่อชดเชยความเสี่ยงนี้ แม้บางครั้งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่ก็ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงินเมื่อต้องเผชิญโรคภัย ทางเลือกอีกอย่างคือการทำประกันสะสมทรัพย์ ซึ่งเป็นการวางแผนทางการเงินที่จะช่วยให้มีเงินก้อนสำรองในอนาคต แม้ไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลโดยตรง แต่ก็เป็นการลดภาระด้านการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ สุดท้ายนี้ การปรึกษากับที่ปรึกษาประกันสุขภาพหรือการเงินที่มีความรู้ความชำนาญโดยตรงจะเป็นประโยชน์มาก เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์สุขภาพและความต้องการส่วนบุคคล ทำให้สามารถวางแผนได้อย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การรักษาสุขภาพในเบื้องต้นควบคู่ไปกับการวางแผนประกันสุขภาพและการเงินจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มีโรคเบาหวานและครอบครัวในการรับมือกับความเสี่ยงในอนาคตได้ดีขึ้น