รถชนเราเป็นฝ่ายผิดจะต้องทำย่างไรบ้าง?

เมื่อเราขับรถไปชนรถคันอื่นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดเต็ม 100% หรือผิดบางส่วน ความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นตามกฎหมายไทย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ + พ.ร.บ.คุ้มครอง

ผู้ประสบภัยจากรถ) มีดังนี้ครับ:

1) ความรับผิดทางแพ่ง (ค่าสินไหมทดแทน)

หากเราเป็นฝ่ายผิดโดยประมาท ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณี เช่น ค่าซ่อมรถคู่กรณีค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (เช่น รถเช่า หรือรายได้จากการใช้รถ)ค่ารักษาพยาบาล / ค่าชดเชยบาดเจ็บของคู่กรณีค่าสินไหมทดแทนอื่น ๆ เช่น ค่าทรัพย์สินในรถที่เสียหายค่าขาดรายได้ของผู้บาดเจ็บตรงนี้สามารถจ่ายผ่านประกันรถของเรา หากมีประกันและคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์

2). ความรับผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ประกัน พ.ร.บ. (ภาคบังคับ) จะจ่าย ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น ให้คู่กรณีโดยไม่ต้องพิสูจน์ผิดก่อน 30,000 บาทต่อคนและจ่ายเพิ่มเติมตามความผิดสูงสุดถึง 80,000 หรือ 400,000 แล้วแต่กรณี

⛔️แต่ถ้าเราผิด เรา ต้องคืนเงินบริษัทประกัน ในบางกรณี เช่น เมาแล้วขับ / ไม่มีใบขับขี่ / หนีหลังชน

3.)ความรับผิดทางอาญา (ถ้ามี)ถ้ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต อาจเข้าข่ายความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ประมาททำให้

ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายบทลงโทษมีทั้งโทษจำคุกและปรับ แต่ส่วนใหญ่ศาล รอลงอาญา

⛔️ถ้ามีการชดใช้ค่าเสียหาย และผู้เสียหายยอมความ

4.)ความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย (ถ้ามีประกัน)ถ้ามี ประกันชั้น1บริษัทประกันจ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณีแทนเราจ่ายค่าซ่อมรถเรา. เราจ่ายแค่ ค่าเสียหายส่วนแรก (ถ้ามี) หรือ ค่า excess. ถ้ามี ชั้น 2+ / 3+บริษัทประกันจ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณี (เฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบก)

⛔️ถ้าไม่มีประกันหรือเป็นชั้น 3 ธรรมดาต้องจ่ายเองทั้งหมด

⚠️สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

✅️ตั้งสัญญาณไฟฉุกเฉิน / วางป้ายสามเหลี่ยม

✅️ถ่ายรูปตำแหน่งรถทั้งสองคันเปลี่ยนข้อมูลกับคู่กรณี

✅️โทรเรียกประกัน (ถ้ามี)

✅️หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บให้โทร 1669

หวังว่าบทความนี้คงเกิดประโยชน์กับเพื่อนๆ นะครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ

#ติดเทรนด์

2025/11/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการขับรถชนและเป็นฝ่ายผิดนั้น นอกจากความรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบทางกฎหมายแล้ว ผู้ขับขี่ยังควรมีความเข้าใจในขั้นตอนการจัดการอุบัติเหตุเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามกฎระเบียบ หลังจากเกิดอุบัติเหตุ สิ่งแรกที่ควรทำคือการ "ตั้งสัญญาณไฟฉุกเฉิน" และ "วางป้ายสามเหลี่ยม" เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย ต่อมาควรจัดการถ่ายรูปตำแหน่งรถทั้งสองคันและบริเวณเกิดเหตุ เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการเคลมประกันและการแจ้งความ โดยต้องบันทึกข้อมูลคู่กรณีอย่างครบถ้วน เช่น เลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุล และข้อมูลติดต่อ ในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ ควรโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ด่วนที่หมายเลข 1669 เพื่อให้ทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือทันเวลา ทั้งนี้การโทรแจ้งประกันภัย (ถ้ามีกรมธรรม์) จะช่วยให้บริษัทประกันเข้ามาช่วยจัดการค่าซ่อมและค่าชดเชยต่าง ๆ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับความรับผิดชอบทางแพ่งนั้น ผู้ที่เป็นฝ่ายผิดจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่าง ๆ เช่น ค่าซ่อมรถคู่กรณี, ค่ารักษาพยาบาล, และค่าชดเชยบาดเจ็บ รวมถึงค่าเสียหายอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้สามารถใช้ประกันรถยนต์ในการช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้ หากมีการคุ้มครองตามกรมธรรม์ พ.ร.บ. รถยนต์ภาคบังคับนั้น ช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลขั้นต้นแก่คู่กรณีถึง 30,000 บาทต่อคนโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด และอาจจ่ายเพิ่มเติมสูงสุดตามอาการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามในบางกรณี เช่น เมาแล้วขับ หรือไม่มีใบขับขี่ จะต้องรับผิดชอบชดใช้คืนเงินบริษัทประกัน นอกจากความรับผิดชอบทางแพ่งและตาม พ.ร.บ. แล้ว หากเกิดการบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต อาจมีความรับผิดชอบทางอาญาเข้ามาด้วย เช่น ประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือถึงแก่ความตาย ซึ่งอาจถูกตัดสินจำคุกหรือปรับได้ แต่ถ้าชดใช้ค่าเสียหายและตกลงยอมความ ก็สามารถลดบทลงโทษได้ ส่วนความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยขึ้นอยู่กับประเภทของประกัน เช่น ประกันชั้น 1 บริษัทประกันจะช่วยซ่อมรถคู่กรณีและรถเราเอง โดยเราอาจเสียค่าเสียหายส่วนแรก (ค่า excess) แต่ถ้าเป็นชั้น 2+ หรือ 3+ บริษัทประกันจะจ่ายเฉพาะรถคู่กรณีเท่านั้น หากไม่มีประกันหรือเป็นประกันชั้น 3 ธรรมดา ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง ท้ายที่สุด การเตรียมตัวและรับมืออย่างถูกต้องเมื่อ "รถชนเราเป็นฝ่ายผิด" จะช่วยลดความยุ่งยากทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมรักษาความปลอดภัยและสิทธิของทุกฝ่ายได้อย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคืออย่าหนีหลังชน และปฏิบัติอย่างสุจริตเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองและผู้อื่น