ใครมีแพลนบินไปญี่ปุ่น มารวมกันตรงนี้! ชมพู่มัดรวม 4 แอปที่คัดมาแล้วว่าต้องมีติดเครื่อง
เซฟเก็บไว้เลย ได้ใช้แน่นอน!
📍 Google Maps: แอปสามัญประจำบ้าน เดินทางไม่งง พิกัดครบ บอกสายรถไฟเป๊ะ
🚗 GO / Taxi App: เรียกรถง่าย ไม่ต้องง้อภาษาญี่ปุ่น ปักหมุดแล้วรอรับได้เลย (อันนี้แอปหลักของที่นู่นเลยนะ!)
🗣️ Google Translate: ส่องเมนูปุ๊บ รู้เรื่องปั๊บ! แปลได้ทั้งภาพและเสียง กันตายเวลาเจอแต่ภาษาญี่ปุ่น
🚅 Japan Travel: เช็กรถไฟละเอียด ทั้ง JR และใต้ดิน บอกชานชาลาและเวลาเดินรถแบบ Real-time
บอกเลยว่า 4 แอปนี้คือหัวใจสำคัญของการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง คัดมาให้แล้วว่า Practical สุดๆ
ใครกำลังจะไปญี่ปุ่นบ้าง? เซฟโพสต์นี้ไว้ตามรอย หรือคอมเม้นมาคุยกันได้น้า
#ภารกิจชิงครีเอเตอร์ดาวเด่น #โพสต์รับซัมเมอร์ #แอพดีบอกต่อ #เที่ยวต่างประเทศ #เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
การเตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้น นอกจากแผนเที่ยวและสัมภาระที่ต้องจัดเตรียมแล้ว การมีแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์การเดินทางถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ฉันเองได้ใช้ทั้ง 4 แอปนี้ในทริปที่ผ่านมาและรู้สึกว่าสะดวกสบายขึ้นเยอะ เริ่มจาก Google Maps ที่ไม่เพียงแค่บอกเส้นทางเดินเท้า แต่ยังพาไปยังสถานีรถไฟและสายที่ต้องใช้ได้อย่างละเอียด บอกเวลารถไฟและสถานีเปลี่ยนเส้นทางได้ชัดเจนมาก ทำให้ไม่ต้องกลัวหลง และช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ ต่อมาคือ GO / Taxi App ที่ช่วยให้เรียกรถแท็กซี่ได้ง่ายแม้ไม่เก่งภาษาญี่ปุ่น เพียงแค่ปักหมุดตำแหน่งที่ต้องการไปรับ รอไม่นานก็มีรถมารับถึงหน้าโรงแรมหรือสถานที่เที่ยว อีกทั้งแอปนี้เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น ทำให้มั่นใจในความปลอดภัยและความถูกต้องของราคา Google Translate ช่วยชีวิตสุดๆ เพราะที่นั่นเมนูส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น โดยเฉพาะการใช้ฟีเจอร์แปลภาพถ่ายเมนูอาหาร สามารถเข้าใจได้ทันทีว่ามีอะไรบ้าง และยังรองรับการแปลเสียงสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เช่น การถามทางหรือสั่งอาหาร ทำให้การท่องเที่ยวไม่น่ากลัวอย่างที่คิด สุดท้าย Japan Travel ซึ่งใช้เพื่อตรวจสอบตารางเดินรถไฟไม่ว่าจะเป็นรถไฟ JR หรือรถไฟใต้ดิน บอกทั้งเวลาและชานชาลาแบบเรียลไทม์ ทำให้ไม่พลาดการขึ้นรถไฟ มีความแม่นยำสูงและช่วยวางแผนเที่ยวหลายจุดต่อเนื่องกันได้อย่างลงตัว เชื่อว่าหากใครเตรียมแอปเหล่านี้ติดมือถือไว้ จะช่วยให้ทริปญี่ปุ่นเป็นเรื่องง่ายและสนุกขึ้นมากจริงๆ ขอแนะนำให้ดาวน์โหลดและทดลองใช้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง จะได้รู้วิธีใช้งานและตั้งค่าอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเลือกแอปไหนเป็นตัวช่วยหลักที่ตอบโจทย์สไตล์การเดินทางของตัวเองได้ดีที่สุด
