ท้อ จนไม่อยากรับรู้ทุกเรื่องราว

#พ่อเเม่ทะเลาะกัน พ่อเเม่ทะเลาะกันทุกวัน จนถึงขั้นจะหย่าร้าง ณ ตอนนี้ก็แยกกันอยู่ แม่ขนของ,เสื้อผ้าไปอยู่บ้านเล็ก แม่ยอมออกไปลำบาก แม่เป็นคนคิดมากขี้บ่น จะมีปากเสียงกันทุกๆเรื่อง ส่วนพ่อเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าทั้งคู่ไม่ดื่มวันนั้นก็จะปกติ ไม่เกิดการทะเลาะ ดื่มทีไร ต้องมีเรื่องให้ทะเลาะกันตลอด ถ้าหากเขา 2 คนจะเลิกกันจริงๆ ตัวเราเองจะอยู่ได้มั้ย ตอนนี้เรางงสับสนไปหมด ว่าต้องรู้สึกยังไง ต้องคิดช่วยยังไง ต้องรับมือยังไง ต้องมีความสุขได้อีกเมื่อไหร่ ในหัวมีแต่คำถาม ที่หาคำตอบไม่ได้ ตอนนี้ท้อ ทุกข์ใจ กังวลในทุกๆเรื่อง จนไม่อยากพูดคุยกับใครแล้ว บางครั้งก็คิดอยากหายไปจากโลกในนี้ ในมันหวิวจนไม่อยากรับรู้อะไรอีก

2025/8/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยครั้งและอาจถึงขั้นแยกทางกัน ส่งผลกระทบอย่างมากต่อจิตใจของลูก ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตัวเด็กเองยังไม่พร้อมจะเข้าใจเหตุการณ์เหล่านี้อย่างเต็มที่ ความรู้สึกท้อแท้ กังวลใจ และสับสนในความคิดเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย และอาจนำไปสู่ความรู้สึกไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรได้รับความสนใจ สิ่งสำคัญคือการยอมรับความรู้สึกเหล่านี้แทนที่จะปิดกั้นตัวเอง การพูดคุยกับเพื่อนสนิท หรือผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ อาจช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยว การบันทึกความรู้สึกผ่านการเขียนบันทึก หรือทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ เช่น การออกกำลังกายหรือทำสมาธิ ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้จิตใจสงบขึ้น นอกจากนี้ การเข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้งและอารมณ์ที่แตกต่างกัน เช่น พ่อที่มีนิสัยอารมณ์ร้อน และแม่ที่เป็นคนคิดมาก บางครั้งเกิดจากความเครียดหรือวิธีการจัดการกับอารมณ์ที่แตกต่างกัน การหลีกเลี่ยงการตั้งตัวเป็นผู้ตัดสินและไม่ควรแบกรับความรับผิดชอบของทั้งคู่จะช่วยลดความกดดันได้ ถ้าพ่อแม่เลิกรากันจริง ๆ การเรียนรู้ที่จะปรับตัวและหาทางดูแลตัวเองก็เป็นความท้าทายที่ควรเตรียมใจ รวมถึงการรักษาความสัมพันธ์กับทั้งพ่อและแม่ในวิถีทางที่เหมาะสม เพื่อให้รู้สึกได้รับความรักและความมั่นคงทางอารมณ์ แม้ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปก็ตาม สุดท้าย การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยาหรือที่ปรึกษาครอบครัว ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพื่อช่วยให้สามารถจัดการกับความซับซ้อนของความรู้สึกและสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและนำไปสู่การฟื้นฟูจิตใจอย่างเต็มที่