24 แล้วไม่มีเงินเก็บ… ปกติไหม?

คือช่วงแรกที่เริ่มทำงานอะ เราก็มีเงินเก็บอยู่นะ ไม่ได้แย่อะไรเลย ทุกอย่างเหมือนจะดีไปหมด จนกระทั่ง…ชีวิตแม่งถาโถมใส่แบบไม่ให้ตั้งตัว 😩

อย่างแรกคือมีเรื่องด่วนต้องใช้เงินก้อนแบบเร็วมาก อันนี้เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ

แล้วดันมา อกหัก อีก เหนื่อยใจจนแบบ…ก็เผลอไปกิน ไปดื่มเยอะขึ้นอะ ตามสภาพคนโดนเทนั่นแหละ

แถมตอนนั้นยัง แพนิคกลัวแฟนเก่าจะโผล่มาหา อีก คืออยู่ไม่เป็นสุขเลย

สุดท้ายก็เลยต้อง ย้ายที่อยู่ เพื่อความสบายใจ อันนี้ค่าใช้จ่ายหนักมากแต่จำเป็นจริง ๆ

ยังไม่พอ มี หนี้โทรศัพท์ ค่าช็อปปี้งงๆ ที่สะสมเป็นรายจ่ายแบบไม่รู้ตัวอีก

แล้วงานเก่าก็บรรยากาศไม่ดี เจ้านาย–ลูกน้องคือไม่ไหว เลยต้อง เปลี่ยนงานใหม่

พอเปลี่ยนงานก็ต้องมารับความจริงอีกว่า

ค่าเดินทางจากเดิม วันละ 30 บาท → กลายเป็น วันละ 90–100 บาท

คือค่าใช้จ่ายพุ่งขึ้นแบบงงมาก 🥲

รวม ๆ แล้ว เงินเก็บที่เคยมีมันก็เลยค่อย ๆ หายไป เพราะเราต้องเอามาแก้ปัญหาที่มันวิ่งเข้ามาชนทีละเรื่องสองเรื่องแบบไม่มีพักอะ รู้ตัวอีกที… ทำงานเกือบ 4 เดือนแต่เก็บไม่ได้สักบาท

#ไม่มีเงินเก็บ #ประสบการณ์ทำงาน#บิงโกการเงิน #สตอรี่ของฉัน #รีวิวอาชีพ

2025/11/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมตอนเราอายุ 24 แล้วไม่มีเงินเก็บ เราเคยรู้สึกเหมือนตัวเอง “พัง” ทั้งที่จริงมันเกิดจากหลายเรื่องถาโถมพร้อมกันมากกว่า เลยอยากแชร์มุมที่ช่วยให้ใจเบาลง และใช้เป็นแนวทางตั้งหลักใหม่ได้ (โดยไม่ต้องกดดันตัวเองเกินไป) 1) อายุ 24 “ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่” กันแน่? ถ้าดูคำแนะนำทั่วไป เขามักบอกว่าเงินสำรองฉุกเฉินควรมี 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น (เช่น ค่าเช่า/ผ่อน, อาหาร, เดินทาง, มือถือ, ประกัน) แต่สำหรับคนเริ่มทำงานใหม่ ๆ หรือเพิ่งผ่านเหตุการณ์หนัก ๆ การมี “0” ไม่ได้แปลว่าผิดปกติ แปลว่าเรายังไม่มีจังหวะได้ตั้งระบบเฉย ๆ วิธีที่เราใช้คือไม่เทียบกับคนอื่น แต่คำนวณจากชีวิตตัวเอง: ถ้าค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละ 12,000 บาท เป้าหมายเงินสำรอง 3 เดือนคือ 36,000 บาท เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ก่อนก็ได้ 2) ถ้าอายุ 30 ยังไม่มีเงินเก็บล่ะ? อันนี้ก็เจอบ่อยมากในคนรอบตัว เหตุผลคล้ายกันเลย: ภาระครอบครัว หนี้บัตร/หนี้ผ่อน ค่ารักษา หรือรายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ สิ่งที่ช่วยได้คือแยก “ยังไม่มีเงินเก็บ” ออกจาก “เริ่มเก็บไม่ได้ตลอดไป” เพราะหลายคนกลับมาได้หลังจัดหนี้+ทำบัญชีจริงจังแค่ 2–3 เดือน 3) เริ่มเก็บใหม่แบบไม่พัง: สูตรที่เราทำได้จริง - ตั้งเป้าเล็กสุดก่อน: เก็บวันละ 20–50 บาท หรือออม 5% ของรายได้ ให้ระบบชนะความรู้สึก - แยกบัญชีเงินเก็บออกจากบัญชีใช้จ่าย: ทำให้เงินเก็บ “ไม่โผล่มายั่วตา” เวลาจะกดช้อปปิ้ง - ออมอัตโนมัติหลังเงินเดือนเข้า: ตั้งโอนเข้าบัญชีออม/กองทุนทันที จะไม่ต้องใช้แรงใจเยอะ - ทำซองค่าใช้จ่ายที่พุ่งขึ้น (เช่น ค่าเดินทาง): เราเคยเจอจากวันละ 30 เป็น 90–100 บาท เลยต้องมีหมวดเฉพาะ แล้วค่อยหาทางลด เช่น ซื้อแพ็กเกจรายเดือน/เปลี่ยนเส้นทาง/รวมทริป 4) เคลียร์ “หนี้เล็ก ๆ ที่ดูไม่รู้ตัว” ก่อน หนี้โทรศัพท์/ช้อปปิ้งออนไลน์เป็นตัวดูดเงินเก็บชั้นดี เราใช้วิธีลิสต์ทุกก้อน แล้วเลือกปิดก้อนเล็กสุดก่อน (snowball) เพื่อให้เห็นความคืบหน้าเร็ว พอเริ่มชนะ 1–2 ก้อน ความมั่นใจจะกลับมา 5) เรื่อง “รูปเงินเก็บ/รูปบัญชีธนาคาร” ในโซเชียล หลายคนเห็นรูปเงินเก็บหรือรูปบัญชีแล้วเครียด (รวมถึงรูปบัญชีกสิกรหรือแคปยอดเงิน) เราว่าดูเป็นแรงบันดาลใจได้ แต่อย่าเอามาตัดสินตัวเอง เพราะแต่ละคนรายได้ ภาระ และจังหวะชีวิตต่างกันมาก สุดท้าย ถ้าตอนนี้ยังเก็บไม่ได้ ให้เริ่มจาก “ทำให้เงินไม่รั่ว” 2–4 สัปดาห์ก่อน แล้วค่อยเพิ่มยอดออมทีละนิด แค่กลับมามีเงินสำรองฉุกเฉินก้อนแรกได้ ก็ถือว่าเราเริ่มชนะแล้วจริง ๆ

ค้นหา ·
ไม่มีเงินเก็บ ปกติไหม

98 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Lemon Ray
Lemon Ray

นี่ 23 ปีหน้าก็ 24 แล้ว ชีวิตไม่มีเหี้ยไรเลย มีหนี้ กยศ. แล้ว 1 ลำบากกูอีกละ 555555

ดูเพิ่มเติม(3)
รูปภาพของ Mantana K.
Mantana K.

พึ่งจบไม่นานเองค่ะ ต้นทุนคนเราไท่เท่ากัน บางคนมีรถแต่ทางบ้านดาวน์ให้ บางคนไม่ต้องมีรายจ่ายอย่าอื่นนอกจากค่ากิน บางคนไม่ต้องส่งให้พ่อแม่ อย่ากดดันตัวเองจนเกินไปนะคะ

ดูเพิ่มเติม(3)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม