เคล็ดลับการทำ น้ำยำตำไทย ทำแล้วรสชาติตำไทยอร่อยขึ้นแน่นอน
ถ้าพูดถึง “ยำ” ที่กินง่ายและทำได้บ่อยสุดในบ้านเรา ฉันว่าต้องมีน้ำยำตำไทยติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เพราะเป็นรสกลางๆ ที่เอาไปยำได้แทบทุกอย่าง ตั้งแต่ยำวุ้นเส้น ยำเส้นเล็ก ยำหมูยอ ยำไส้กรอก ไปจนถึงยำทะเล แถมปรุงครั้งเดียวแล้วคุมรสได้ ไม่ต้องชิมจนงงทุกจาน สูตรน้ำยำตำไทยแบบที่ฉันทำบ่อย (แนวทำไว้ใช้ 2-3 มื้อ) - น้ำมะนาวคั้นสด 4 ช้อนโต๊ะ (อยากหอมให้ใช้มะนาวแท้ จะได้กลิ่นสด) - น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ - น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีใช้น้ำตาลทรายได้ แต่กลิ่นจะไม่ละมุนเท่า) - น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ (ช่วยให้เปรี้ยวลึก ไม่แหลม) - พริกขี้หนูสวนตำ 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามระดับเผ็ด) - กระเทียมไทยตำ 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำให้รส “ตำไทย” กลมกล่อมแบบไม่พลาด 1) ละลายน้ำตาลก่อน: ฉันจะใส่น้ำตาลปี๊บกับน้ำมะขาม + น้ำปลา คนให้ละลายจนเนียนก่อน แล้วค่อยใส่น้ำมะนาวทีหลัง จะช่วยให้รสไม่แยกชั้น และหวานละมุนขึ้น 2) ใส่น้ำมะนาวเป็นขั้นสุดท้าย: น้ำมะนาวโดนคลุกนานๆ กลิ่นจะดรอป ฉันเลยใส่ตอนจะยำจริง กลิ่นจะหอมสดกว่า 3) ชิมด้วย “ของที่จะยำ”: ถ้ายำวุ้นเส้นหรือเส้นเล็ก แนะนำชิมน้ำยำให้จัดกว่าปกตินิดนึง เพราะเส้นจะดูดรส ทำให้รสจืดลงได้ ไอเดียใช้ “น้ำยำตำไทย” ให้คุ้ม (สำหรับสายยำ) - ยำวุ้นเส้น: ลวกวุ้นเส้นให้พอดี (อย่านาน) แล้วคลุกน้ำยำทันที ใส่หอมแดง/มะเขือเทศช่วยตัดเลี่ยน - ยำหมูยอ/ไส้กรอก: ซับน้ำก่อนคลุก จะได้ไม่เจือน้ำยำ - ยำทะเล: ลวกกุ้งปลาหมึกเสร็จให้สะเด็ดน้ำมากๆ แล้วค่อยคลุก น้ำยำจะเข้มข้น ไม่จาง ทริคเก็บน้ำยำ ถ้าจะทำเผื่อไว้ ฉันจะแยก “เบส” (น้ำปลา+น้ำตาลปี๊บ+น้ำมะขาม+พริกกระเทียม) ใส่ขวดแช่เย็นได้ประมาณ 3-4 วัน แล้วค่อยเติมน้ำมะนาวตอนจะทำยำ รสจะสดและหอมกว่ามากค่ะ ลองทำตามนี้แล้วน้ำยำตำไทยจะเป็นรสกลางที่ยำอะไรก็อร่อยขึ้นจริงๆ โดยเฉพาะวันที่อยากกินยำแบบเร็วๆ แค่มีน้ำยำพร้อม ที่เหลือคือหยิบของในตู้เย็นมาคลุกก็จบ!




ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม