Automatically translated.View original post

Boiled with pork legs

5/29 Edited to

... Read moreถ้าอยากได้ “ต้มแซ่บขาหมู” ที่นัว ๆ ซดแล้วไม่เลี่ยน จุดสำคัญจริง ๆ มี 3 เรื่องคือ เลือกขาหมูให้เหมาะ, ต้มให้หอมไม่คาว, แล้วค่อยปรุงให้แซ่บแบบพอดี ๆ (ไม่เปรี้ยวโดด) 1) เลือกขาหมูและเตรียมให้ไม่คาว - ฉันชอบใช้ขาหมูส่วนคากิ/คาจัก (มีเอ็นเยอะ) เพราะต้มแล้วน้ำซุปจะนัวจากเจลาตินธรรมชาติ - ล้างแล้วเอาไปลวกก่อน 5–7 นาที ใส่เกลือเล็กน้อย จากนั้นเทน้ำทิ้ง ล้างคราบฟองออก ขั้นตอนนี้ช่วยลดกลิ่นคาวและทำให้น้ำซุปใสขึ้น 2) เคล็ดลับต้มให้เปื่อยนุ่มแบบไม่เละ - ตั้งหม้อใส่น้ำใหม่ ใส่ขาหมู + ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดงบุบ (ถ้ามี) ต้มไฟกลางจนเดือดแล้วหรี่ไฟให้น้ำเดือดปุด ๆ - ถ้าใช้หม้อธรรมดาใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชม. / ถ้าใช้หม้อแรงดันประมาณ 25–35 นาที แล้วค่อยเปิดฝาตุ๋นต่อให้น้ำซุปเข้มขึ้น - ระหว่างต้มช้อนฟองเป็นระยะ น้ำจะหอมและดูสะอาดน่าซด 3) ทำให้น้ำซุป “นัว” แบบร้าน - ฉันจะปรุงเค็มกลมด้วย “ผงปรุงรสหมู” หรือคนชอบใช้ก้อนปรุงรสหมูเล็กน้อย (ชิมก่อนค่อยเพิ่ม) จะช่วยให้รสแน่นขึ้นแบบไม่ต้องใส่น้ำปลาเยอะ - ถ้าชอบสไตล์อีสานเข้ม ๆ ใส่ข้าวคั่วกับพริกป่นตอนท้าย น้ำซุปจะมีความหอมฟุ้งและข้นนิด ๆ 4) ขั้นตอนปรุงรสต้มแซ่บ (ทำให้แซ่บแต่ไม่เปรี้ยวแหลม) - ปิดไฟก่อนแล้วค่อยใส่น้ำมะนาว ทีหลังสุดเสมอ รสจะหอมไม่ขม - ลำดับที่ฉันใช้: น้ำปลา/ซีอิ๊วขาวเล็กน้อยให้เค็มพอดี → พริกป่นให้เผ็ด → น้ำมะนาวให้เปรี้ยว → ใส่ผักชีฝรั่ง/ต้นหอมซอย - ถ้ารู้สึกเปรี้ยวเกิน แก้ง่าย ๆ ด้วยการเติมน้ำซุปและปรับเค็มนิดเดียว ไม่ต้องเติมน้ำตาลเยอะ 5) ของใส่เพิ่มที่เข้ากันมาก - เห็ดฟางหรือเห็ดนางรม, มะเขือเทศ, หอมแดงซอย, ผักชีฝรั่งเยอะ ๆ จะทำให้หม้อหอมขึ้นและกินเพลิน ทริคส่วนตัว: ฉันมักทำหม้อใหญ่ แล้วแยก “น้ำมะนาว” ไว้ใส่ตอนจะกินแต่ละชาม จะได้แซ่บสดตลอด ไม่เปรี้ยวขมเวลาอุ่นซ้ำ วันรุ่งขึ้นน้ำซุปยิ่งนัวกว่าเดิมด้วย