เสื้อผ้า อาภรณ์ หมอนและมีด

ถ้าจะให้เอ่ยเรื่องความสัมพันธ์ ผมขออนุญาตเปรียบมิตรไมตรีเหมือนเสื้อผ้าและอาภรณ์ ทำไมน่ะเหรอเพราะทุกครั้งที่เรามีมิตรภาพที่สวยงามนั้นก็เปรียบเสมือนว่าเราได้สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์อันงดงาม ความหมายตามนัยยะสำคัญก็คือ เสื้อผ้าไม่พียงแต่ห่อหุ้มร่างกายและป้องกันภาพอุจาดตาแล้ว ยังคอยปกป้องไม่ให้ร่างกายของเราหรือตัวเราได้รับอันตรายและได้รับความอบอุ่น ซึ่งมิตรภาพที่ดีจากกัลยาณมิตรที่ดีก็เช่นกัน จะคอยปกป้องไม่ให้เราต้องผจญเรื่องราวที่ไม่ดี ไม่เหมาะไม่ควร มีความห่วงใยตามกาละและเทศะที่เหมาะที่ควรเช่นกัน

หมอนหมายถึงความสบายใจและวางใจ ทุกครั้งที่เราล้มตัวลงนอนในสักที่ในหมอนสักใบนั่นคือเครื่องหมายที่บอกว่าถึงนะจุดที่เราสามารถนอนหลับได้อย่างสบายนั่นก็หมายถึงจุดนั้นนั่นสบายดีและวางใจแล้ว

ที่ผมพูดมาทั้งหมดนั่นคือความหมาย เกือบ 6 เดือนที่ผมคุยกับเก๊ก โรงมีดปลาคู่สันกำแพง หรือพี่เก๊ก ผมมักจะเรียกเพื่อนหรือน้องๆ ด้วยคำนำหน้าว่าพี่เสมอ นั่นหมายถึงการให้เกียรติกัน ซึ่งไม่น่าจะต่างกันกับพวกเพื่อนๆ ที่ชอบเรียกผมว่า “น้าติน” ในเวลาที่มันไม่โมโห และจะเรียก “น้าตีน” ในวันที่มันไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ นั่นก็สิทธิ์ของมันที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเราให้เกียรติซึ่งกันและวันแค่วันนั้นอารมณ์ไม่ค่อยจอยก็เท่านั้น

ย้อนกลับมาเรื่องมีด มีดที่ใช้ในความหมายของผม ผมหมายถึงรสนิยมลักษณะการใช้งานและตัวตน มันเหมือนอาวุธซึ่งผมเป็นคนทำอาหารมันเป็นของที่ต้องอยู่กับผมมากที่สุดและรู้ใจผมที่สุดทั้งมีดและตัวผมเองที่ต้องรู้ใจซึ่งกันและกัน มันถึงจะผสานกันเป็นเรื่องเดียวกันตามคำที่ผมเรียก หมู่คนทำอาหารว่านักเล่นแร่แปลฐาตุ นั่นหมายถึงเราผสมทุกศาสตร์ที่เราเรียนรู้สั่งสมมา ไม่ว่าจะเป็น วิธีการ ความรู้ เรื่องราวในอดีต ความทรงจำ สิ่งที่ผ่านมา รสนิยม ตัวตน และความรัก บางคนทำอาหารจากความทรงจำ บางคนทำอาหารจากรสชาติที่คิดว่าจะเป็น บางคนทำอาหารจากความรู้ประสบการณ์ และเกือบทุกคนเอาสิ่งที่ผมพูดมา มารวมแล้วทำให้มันเกิดขึ้น ผมถึงเรียกมันว่า “นักเล่นแร่แปลฐาตุ”

ผมคุยเรื่องมีดใช้งานประจำกับพี่เก๊กมา ก็ผ่านมาหกเดือนแล้ว จริงๆ มีดเสร็จตั้งนานแล้วแต่ด้วยปัจจัยหลายต่อหลายอย่างผมเลยยังไม่ได้ไปเอา เมื่อวานมีโอกาสว่างพอดีบวกกับอยากออกไปข้างนอกบ้าง เพราะถ้าคนเคยขาหักหรือป่วยจะรู้ดีว่า อยู่บ้านเฉยๆ มันน่าเบื่อ ด้วยคำว่าผมไม่รีบคำเดียว เป็นการคุยกันง่ายๆ ที่ไม่มีอะไรซับซ้อน ผมแค่บอกว่าผมต้องการอะไร นักนั้นพี่เก๊กก็เป็นคนจัด ออกมาก็ตามรูป บาลานซ์ดี เหมาะมือและเหมาะกับการใช้งาน ตัวใบทำจาก เหล็ก 52100 ซึ่งคุณสมบัติเป็นเหล็กที่มี คาร์บอนสูงผสมกับมีความเป็นโครเมียมเล็กน้อย ฮาร์ดเนสสูงเก็บคมดี เหนียวทนต่อการสึกหรอแต่ชุบยาก สำหรับช่างตีมีดผมถือว่าเป็นงานยากสำหรับการทำมีดครัวซึ่งทั้งบางและไล่เก็บปลาย ลองคิดเล่นๆ ดูถ้าตอนชุปแล้วแคร็ก นี่ถึงขั้นร้องไห้กันเลยทีเดียวครับสำหรับช่างตีมีด แต่พี่เก๊กทำออกมาได้ดีมากซึ่งอันนี้ผมไม่ได้อวย ทั้งน้ำหนักมีดกับด้าม ลักษณะของการจับ ขาดของด้ามและใบ รอยฆ้อนและความเรียบ ความดิบ (อันนี้โดนใจผมมาก) ซึ่งผสมคนกันได้อย่างเมาและมันส์ตามสไตล์ของเราทั้งคู่ (ทั้งผมคนใช้งานและพี่เก๊กคนตี) อารมณ์เหมือนคนหมั่นเขี้ยวเวลาเจอเด็กแก้มอูมๆ แล้วอยากเข้าไปหยิกแต่ทำไม่ได้เพราะน่าจะโดนคุณพ่อเค้ากำหมัดใส่ อะไรประมาณนั้นเลยครับ

เล่มที่สองคืออปังตอ อันนี้ผมชอบโลโก้ปลาอ้วนๆ ป้อมๆ ที่ตอกไว้และขนาดที่กำลังพอดีมือ น้ำหนักดีแต่….ผมคงสาธยายอะไรไม่ได้มาก เพราะเพิ่งโดนพ่อตายึดไประหว่างที่ผมกำลังเขียน ซึ่งผมเดาเมนูได้ไม่ยากว่าเย็นนี้ผมจะได้ทานอะไร เดาว่าไม่ยำจิ้นไก่ ก็ต้มกระดูกหมูใส่อะไรสักอย่าง เพราะดูแกเหมือนจะอัดอั้นกับมีดที่อยู่ใช้สับกระดูกอันที่อยู่ในครัวของแกมานานแล้ว น่าจะได้ถือโอกาสเปิดหน้ามีดใหม่ด้วยเมนูที่ผมว่าไปนี่แหละ

เล่มต่อไป มีดลาบน้อย เมื่อวานระหว่างนั่งสนทนากันพี่เก๊กเปรยขึ้นกับผมว่า “เอาจริงๆ นะพี่ ทุกวันพฤหัส ผมจะใช้เป็นวันไหว้ครูผมก็ทำอะไรของผมเล่นไปเรื่อย เช่นมีดเล่มนี้ผมก็ทำเก็บไว้ แต่ระหว่างทำมันมีความรู้สึกอย่างนึงผุดขึ้นมา มันผุดขึ้นมาว่า ไอ้มีดเล่มนี้มันไม่ใช่ของผม มีนต้องเป็นของใครสักคน พอดีได้จังหวะพี่ขาหักพอดี (ผมควรจะดีใจใช่มั้ย) ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า ตามขนบญี่ปุ่นเค้าจะให้มีดกันเวลาที่คนที่รักหรือคนที่นับถือกันผ่านเรื่องเลวร้ายมาเพื่อให้โชคดี” นั่นแหละเลยเป็นเหตุผลที่ผมได้มีดเล่มน้อยน่ารักนี้มา ซึ่งภรรยาผมชอบมาก

ประเพณีการมอบมีดเป็นของขวัญหมายถึงการถ่ายทอดคุณค่าผ่านใบมีด อันงดงาม ความแข็งแกร่ง ความกล้าหาญ ความภักดี และเกียรติยศ ล้วนเป็นสิ่งที่มักถูกนำมาใช้ พลังของคมมีดก่อให้เกิดความเชื่อโชคลางมากมาย ในความหมายของทั้งญี่ปุ่นและชาวไวกิ้งเช่นกัน

สุดท้ายคงไม่มีอะไรนอกจากจะกล่าว ขอบคุณพี่เก๊ก โรงมีดปลาคู่สันกำแพงสำหรับมีดทุกเล่มที่ทั้งลับทั้งดูแลและตีขึ้นมาให้ครับ เหมือนที่คุยกันในวงสนทนาว่า “มันคือรสนิยม” ขอบคุณมากครับ

ป.ล. นี่ยาวมากๆ เลยนะ ใครอ่านจบ รับของขวัญที่พี่เก๊กได้เลยนะครับ

อำเภอหางดง
2025/12/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเปรียบเทียบมิตรไมตรีกับเสื้อผ้าและอาภรณ์นั้นเป็นภาพสะท้อนที่ลึกซึ้งและมีความหมายมาก เพราะเสื้อผ้านอกจากจะปกป้องร่างกายแล้วยังเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นและมั่นใจในตัวเองเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่ดี จะช่วยปกป้องเราจากอุปสรรคและเรื่องราวไม่ดีต่าง ๆในชีวิต ส่วนหมอนก็เป็นสัญลักษณ์ของความสบายใจและวางใจ เมื่อเราสามารถนอนได้อย่างสบายบนหมอนที่คุ้นเคย นั่นคือเครื่องหมายของการพักผ่อนและปลอดภัย ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับมิตรภาพที่เราสามารถวางใจและพึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์ เรื่องราวของมีดจากพี่เก๊ก โรงมีดปลาคู่สันกำแพง ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนระหว่างผู้ใช้กับเครื่องมือ โดยเฉพาะมีดที่ทำมาจากเหล็ก 52100 ซึ่งเป็นเหล็กที่มีคาร์บอนสูงและผสมโครเมียมทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน และคม ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในครัวเรือนที่ต้องการความแม่นยำและความเสถียรสูง การเลือกมีดที่เหมาะสมกับผู้ใช้นั้นถือเป็นเรื่องของรสนิยมและตัวตน เพราะมีดแต่ละเล่มมีเรื่องราวเฉพาะตัว ทั้งรูปร่าง น้ำหนัก และความรู้สึกเวลาจับ ซึ่งล้วนสัมพันธ์กับประสบการณ์และทักษะของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความเชื่อและประเพณีอย่างการให้มีดเป็นของขวัญที่แสดงถึงความกล้าหาญ ความภักดี และเกียรติยศ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ในหลายวัฒนธรรม เช่น ญี่ปุ่นและชาวไวกิ้ง สำหรับการทำอาหาร ถือเป็นศิลปะที่ต้องผสมผสานความรู้สึก ความทรงจำ และรสนิยมส่วนตัวเข้ากับทักษะและประสบการณ์ ดังคำว่า "นักเล่นแร่แปลฐาตุ" ที่ใช้เรียกกลุ่มคนทำอาหารที่ผสมผสานศาสตร์ต่าง ๆเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างมีชีวิตชีวา เรื่องเล่านี้จึงไม่ใช่เพียงแค่เกี่ยวกับวัตถุ แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์กับเครื่องมือ สิ่งของ และเพื่อนร่วมทางในชีวิต ที่สำคัญคือการมีมิตรไมตรีที่ดีย่อมช่วยเสริมสร้างความสุขและอบอุ่นให้กับช่วงเวลาของเราทุกคนได้อย่างแท้จริง