“คน ผี หนู งูและวิถีอีสาน”

“คน”

ในฤดูที่แดดจัดจ้าน พ่อกับแม่คล้ายจะทำการ "เนรเทศ" ผมออกจากความศิวิไลซ์อันฉาบฉวย มุ่งหน้าสู่ดินแดนที่ฝุ่นสีแดงฟุ้งกระจายตามรอยเท้า การดัดนิสัยอาจเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ในวัยเยาว์นั้น ผมกลับมองเห็นมันเป็นโอกาสแห่งการหยั่งราก ในดินแดนที่ความสัมพันธ์ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล แต่ผูกโยงด้วยสายเลือดและวงสำรับข้าวเหนียว ผมได้เรียนรู้ที่จะเป็น "คน" ผ่านสายตาของญาติมิตรและเพื่อนเล่นที่กร้านแดดพอกัน

”ผี“

เมื่อลมหนาวพัดผ่านทุ่งที่เหลือเพียงตอซังข้าว เราเปลี่ยนสถานะจากเด็กน้อยเป็น "พราน" เราออก "ก้าน" ราวกับชนเผ่าโบราณที่ออกล่าเพื่อประกาศความเป็นชาย หนู งู กบ กะปอม คือบรรณาการจากธรรมชาติ เราเดินผ่านป่าช้าที่มีหลักไม้สลักนาม "ชาตะ-มรณะ" ตั้งตระหง่านอย่างสงบราบเรียบ ไม่ใช่กางเขนอย่างในภาพยนตร์ แต่เป็นพยานวัตถุแห่งการแตกดับที่จับต้องได้ เราวิ่งหนีผีที่สมมติขึ้นเอง เสียงหัวเราะลั่นป่าคือเครื่องรางที่ใช้ขับไล่ความกลัว ในขณะที่ฝ่าเท้าสัมผัสความเย็นเยียกของผืนดิน

”หนูและงู“

ผมยังจำสัมผัสแรกที่จับงูได้ดี มันเป็นความย้อนแย้งที่น่าพิศวงว่างูที่ตายแล้ว เหตุใดกล้ามเนื้อยังไหวประท้วงอยู่ใต้ฝ่ามือ ราวกับมันยังอาลัยในจิตวิญญาณที่เพิ่งหลุดลอย "ไม่ใช่ขี้ขลาด แต่กูไม่เคยจับ" ผมสำรอกคำแก้ตัวเพื่อรักษาศักดิ์ศรีในหมู่เพื่อน เราวาดฝันถึง "ธุรกิจสตาร์ทอัพ" บนกองซากสัตว์ที่หามาได้ สิริรวมแล้วเงินสามสิบบาทถูกแบ่งเป็นหกส่วน เหรียญห้าบาทในมือนั้นไม่ได้มีค่าแค่ค่าขนม แต่มันคือหยาดเหงื่อและชัยชนะของเหล่านักล่าตัวจ้อย

”วิถีอีสาน“

วิถีอีสานไม่ใช่เพียงแค่การร่ายรำหรือสำเนียงภาษา แต่มันคือ "ฮีตสิบสอง ครองสิบสี่" ที่ซึมลึกผ่านรูขุมขน ผมเริ่มสืบสาวราวเรื่องไปถึงความยิ่งใหญ่ของล้านช้างผ่านรสชาติอาหารที่จัดจ้านและจริงใจ ประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นเพียงตัวอักษรในตำรากลับมีชีวิตขึ้นมาเมื่อเราได้สัมผัสด้วยตาและใจ แม้ในวันนี้หลายสิ่งจะถูกกลืนกินด้วยกาลเวลา แต่ "คน ผี หนู และงู" ในวันนั้น ได้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีที่ทำให้ต้นไม้แห่งตัวตนของผมเติบโตอย่างมั่นคง โดยไม่เคยลืมว่ารากของตนนั้นหยั่งลึกลงในดินผืนใด

- ติณณ์ -

1/6 แก้ไขเป็น