กันแดดต่างกันยังไง เลือกผิดผิวพังได้

กันแดดไม่ได้มีไว้แค่กันผิวคล้ำ

แต่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA / UVB

ลดความเสี่ยงผิวหมอง จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย

เลือกให้เหมาะกับผิว และทาให้ถูก วิธีสำคัญที่สุด ☀️

#ความรู้สกินแคร์

#ครีมกันแดด

#ดูแลผิว

#บิวตี้ทิปส์

#ผิวสุขภาพดี

1/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ลองใช้ครีมกันแดดหลายประเภท พบว่าความเข้าใจเรื่องค่า SPF และ PA เป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้การปกป้องผิวได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ทาครีมกันแดดแล้วจะเห็นผลทันที ค่า SPF เป็นการบอกระดับการป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวไหม้และผิวคล้ำ ส่วนค่า PA บอกระดับการป้องกันรังสี UVA ซึ่งทำร้ายผิวลึกกว่า ส่งผลให้เกิดริ้วรอย จุดด่างดำและความหมองคล้ำ การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า PA++++ จะช่วยปกป้อง UVA ได้ดีที่สุด เพราะ UVA สามารถทะลุผ่านหน้าต่างและแสงสีฟ้าจากจออุปกรณ์ดิจิทัลได้ด้วย ดังนั้นแม้อยู่ในบ้านหรือที่ทำงาน ก็ควรทากันแดดทุกวัน นอกจากนี้ การเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวก็เป็นสิ่งสำคัญ ผิวมันอาจเลือกสูตรที่ไม่อุดตัน เช่น แบบเจลหรือน้ำ ส่วนผิวแห้งควรเน้นสูตรที่เติมความชุ่มชื้น ทาในปริมาณที่ถูกต้องและทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงเมื่อออกแดดจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ บางคนอาจสงสัยว่า SPF 50 กับ SPF 30 ต่างกันมากไหม ความจริงคือ SPF 50 กันได้ประมาณ 98% ส่วน SPF 30 กันได้ 97% แตกต่างไม่มาก แต่ SPF ที่สูงกว่าเหมาะกับการออกแดดนานหรือกิจกรรมกลางแจ้งหนัก สุดท้าย วิธีใช้ที่ถูกต้องคือทากันแดดก่อนออกแดดประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ซึมเข้าสู่ผิว และทาซ้ำเพื่อเสริมการป้องกันในระหว่างวัน เพราะครีมกันแดดจะเสื่อมประสิทธิภาพเมื่อเจอเหงื่อหรือน้ำ ดังนั้น อย่ามองว่ากันแดดเป็นแค่เครื่องสำอางปกป้องผิวคล้ำ แต่เป็นเกราะป้องกันผิวจากความเสียหายและลดความเสี่ยงผิวแก่ก่อนวัยที่แท้จริง การทำความเข้าใจค่า SPF และ PA พร้อมเลือกและทาครีมกันแดดให้ถูกต้องจะช่วยให้ผิวสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ได้อย่างยาวนาน